มนุษย์แม่ด่าลั่นห้าง เพียงเพราะพนักงานห้ามเด็กวิ่งซน

          ในโลกออนไลน์กำลังมีคลิปอยู่ 1 คลิปที่ถูกแชร์กันออกมาเป็นจำนวนมากและมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คนที่อยู่ในคลิปทางด้านลบมากมายเช่นเดียวกันซึ่งในคลิปดังกล่าวนั้นเป็นคุณแม่ท่านหนึ่งกำลังชี้หน้าด่าพนักงานในร้านแห่งหนึ่ง

ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นร้านของเล่นที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าโดยถ้อยคำที่คุณแม่คนดังกล่าวได้มีการด่าทอพนักงานนั้นเป็นถ้อยคำที่หยาบคายและตะโกนด่าด้วยเสียงอันดังทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันมองและวิพากษ์วิจารณ์หญิงสาวคนดังกล่าว

     สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการแชร์กันใน Facebook ของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอได้เดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าเมื่อวันที่ 29 เดือนตุลาคม ปี พ.ศ 2563 ที่ผ่านมาและบังเอิญเธอได้ไปเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ เธอนั้นรู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมของหญิงสาวคนดังกล่าว

เนื่องจากว่าในพื้นที่สาธารณะหญิงสาวคนดังกล่าวยังตะโกนด่าว่าพนักงานด้วยถ้อยคำหยาบคายและยังตะโกนต่อหน้าเด็กๆอีกหลายคนซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็มองกันว่าพฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งหลายคนเกรงว่าลูกหลานของเธอที่อยู่ในเหตุการณ์อาจจะมีการเลียนแบบพฤติกรรมของเธอเอาไปใช้ในอนาคตก็เป็นไปได้

      สำหรับในคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่นั้นจะเป็นคลิปของผู้หญิงเสื้อแดงที่ใช้มือชี้หน้าด่าพนักงานโดยกล่าวออกว่าพนักงานนั้นได้มาต่อว่าลูกเธอที่ไปวิ่งเล่นภายในร้านอีกทั้งยังข่มขู่ลูกของเธอด้วยกันจะแจ้งตำรวจให้มาจับ   สร้างความไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก 

เธอตะโกนให้พนักงานนั้นขอโทษลูกของเธอโดยเธอยังระบุอีกว่าเธอพาลูกของเธอนั้นมาซื้อของที่ร้านแห่งนี้พนักงานไม่มีสิทธิ์ที่จะมาต่อว่าลูกของเธอและไม่มีสิทธิ์ที่จะมาข่มขู่หรือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจากลูกของเธอหลังจากนั้นเธอก็ใช่ถ้อยคำหยาบคายด่าพนักงานอีกหลายประโยคและใครก็ตามที่เข้าไปห้ามเธอก็ถูกเธอชี้หน้าด่าว่า  

ในขณะที่เธอกำลังด่าว่าพนักงานอยู่นั้นมือของเธอก็ทำลายข้าวของที่อยู่หน้าร้านไม่ว่าจะเป็นตู้ที่วางสินค้าภายในร้านต่างก็ได้รับความเสียหาย จนในที่สุดของคลิปนั้นได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอซึ่งหลายคนคาดว่านั่นน่าจะเป็นสามีของเธอเพราะเธอได้ขอกุญแจรถจากสามีของเธอและหลังจากนั้นก็เดินออกจากห้างสรรพสินค้าไป 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้จากสถานการณ์ที่เห็นในคลิปนั้นจะเห็นได้ว่าลูกของเธอที่อยู่ในคลิปในขณะที่แม่ของเธอกำลังต่อว่าพนักงานก็ยังคงวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานและค่อนข้างที่จะซุกซนซึ่งอาจจะสามารถประเมินได้ว่าเด็กน่าจะวิ่งเล่นซุกซนมากจนเกินไป

พนักงานจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานสมควรทำอยู่แล้วทางด้านผู้ปกครองของเด็กเองเมื่อเวลาพาเด็กมาซื้อของภายในห้างสรรพสินค้าก็ควรจะดูแลลูกหลานของตนเองให้ดีๆให้ไปซุกซนจนอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ข้าวของภายในร้านได้รับความเสียหายหรืออาจจะไปสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าคนอื่นๆที่มาใช้บริการที่ร้านดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

น้อยใจแฟนเด็กประชดด้วยกันโรยตัวจากระเบียงสุดท้ายตกตึก

          เมื่อวันที่ 16 กันยายน ปี พ.ศ. 2563 ช่วงเวลาประมาณ 01:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจหัวหมากได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนตกตึกจากอาคารสูง 8 ชั้นลงมาเสียชีวิต อาคารดังกล่าวนั้นเป็นอาคารสำหรับที่พักอาศัยส่วนศพที่ตกลงมานั้นตกมาตรงบริเวณที่จอดรถ

โดยผู้ที่เสียชีวิตจากการตกตึก 8 ชั้นนั้นทราบว่าชื่อนางสาว ดรุณีโดยเธอนั้นอายุ 26 ปีประกอบอาชีพเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า Big C สำหรับผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุนั้นก็คือแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตเองชื่อว่านายเอซึ่งเขานั้นอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น

ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเลยเขาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เขาได้แฟนสาวได้มีการเช่าห้องอยู่ที่ห้อง 811 ชั้น 8 ของคอนโดดังกล่าวซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนั้นเขาและแฟนสาวเกิดการทะเลาะกันและด้วยความน้อยใจของแฟนสาวจึงได้ประชดเขาด้วย

การที่ไปนั่งตรงระเบียงของห้องโดยในครั้งแรกนั้นเขาได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้แฟนสาวกลับเข้ามาในห้องแต่เมื่อยิ่งเข้าใกล้แฟนสาวกลับยิ่งถอยห่างออกไปโดยมีการปีนออกไปตรงบริเวณนอกระเบียงหลังจากนั้นก็ห้อยตัวอยู่ตรงระเบียง

ซึ่งเขาพยายามอย่างสุดความสามารถในการที่จะดึงแฟนสาวขึ้นมาแต่แฟนสาวของเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือในการที่จะปีนขึ้นมาจนในที่สุดแฟนสาวของเขาก็หมดแรงและลื่นตกจากระเบียงซึ่งตกจากชั้น 8 ลงมาอยู่ที่ชั้นล่างสุดโดยเป็นลานจอดรถนั่นเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การของนาย a มากนัก

ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนบุคคลต่างๆในพื้นที่อีกครั้งหนึ่งรวมถึงหาข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ในขณะนี้ทางด้านญาติของผู้เสียชีวิตได้มีการประสานงานกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอรับศพของผู้เสียชีวิตเพื่อจัดงานศพให้กับผู้ตาย ส่วนในเรื่องของคดีความนั้นระหว่างการสืบสวนสอบสวน

        สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คงต้องรอผลการพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุของการเสียชีวิตว่าเกิดจากการทะเลาะและน้อยใจกันจริงหรือไม่หรืออาจจะเกิดจากการฆาตกรรมการเกิดขึ้นก็ได้ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอความชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง

  อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวนายเอเพื่อไปทำการสอบสวนอีกครั้งหนึ่งว่ามีข้อพิรุธอะไรหรือไม่จากการให้ปากคำในครั้งนี้ซึ่งถ้าหากตรวจสอบจากหลักฐานพยานต่างๆที่แวดล้อมในจุดเกิดเหตุแล้วไม่ครบข้อสงสัยอะไรนายเอ ก็จะไม่มีความผิดอะไร

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไลฟ์สดฆ่าตัวตาย เพื่อนบ้านมาช่วยแต่ไม่ทันการ

       เมื่อวันที่ 24 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่าตนเองนั้นกำลังดูไลฟ์สด Facebook รายหนึ่งซึ่งกำลังไลฟ์การฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ  เบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เดินทางไปยังบ้าน

ที่มีการรับแจ้งว่ามีการไลฟ์สดอยู่ในขณะนี้เพื่อต้องการที่จะไปช่วยเหลือและตรวจสอบว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏว่าเจ้าของบ้านได้แจ้งว่าหญิงสาวที่กำลังไลฟ์สดฆ่าตัวตายนั้นเสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว

         โดยผู้ที่เล่าเหตการณ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังหรือป้าของหญิงสาวคนที่ฆ่าตัวตาย  เธอเล่าว่าบ้านหลังนี้เธออยู่กับหลานสาวอายุ 30 ปี 2 คนก่อนเกิดเหตุนั้นอยู่ๆหลานสาวก็เข้ามากอดและร้องไห้เมื่อถามว่าเป็นอะไรเธอก็ไม่ได้พูด

หรือเล่าเรื่องเล่าอะไรให้ฟังหลังจากนั้นหญิงสาวก็เข้าห้องนอนแล้วเปิดเพลงเสียงดัง  ผ่านไปไม่นานเป็นพันของเธอก็มาบอกให้เธอนั้นขึ้นไปดูหลานสาวเนื่องจากว่าเพื่อนบ้านเห็นว่าหลานสาวได้มีการไลฟ์ Facebook เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายวิธีการแขวนคออยู่เธอและเพื่อนบ้านจึงได้ช่วยกันพังประตูบ้านเข้าไป

แต่ไม่สามารถทำประตูได้ในขณะนั้นเองมีไปรษณีย์มาส่งจดหมายพอดีจึงให้บุรุษไปรษณีย์ช่วยพังประตูบ้านให้แต่เมื่อสามารถเปิดประตูบ้านได้แล้วก็พบว่าหญิงสาวแขวนคอเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงช่วยกันนำร่างของหญิงสาวลงมาปรากฏว่าเธอเสียชีวิตแล้ว 

           เพื่อนบ้านที่เห็นการไลฟ์สดของหญิงสาววัย 30 ปีนั้นระบุว่าเมื่อเธอเปิด Facebook ดูก็เห็นว่ามีการไลฟ์สดจึงได้เข้าไปดูเมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จักจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและวิ่งมาบอกกับป้าของหญิงสาวให้เข้าไปดูหญิงสาวคนดังกล่าวแต่ก็ไม่ทันการ   ในขณะที่ป้าของหญิงสาวบอกว่านิสัยที่ฆ่าตัวตายนั้นเธอเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วซึ่งได้มีการกินยารักษาอาการมาโดยตลอด

         ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้มีการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่ามีมีดเล่มหนึ่งตกอยู่ซึ่งคาดว่าหญิงสาวน่าจะใช้มีดดังกล่าวผ่านข้อมือตัวเองและใช้เลือดของตนเองนั้นเขียนตรงบริเวณผนังโดยข้อความที่เขียนนั้นเขียนว่ารักนะ  หลังจากนั้นหญิงสาวจึงไปทำการแขวนคอตนเองพร้อมกับไลค์ Facebook โชว์

        อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ป้าของหญิงสาวไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานจากการไลฟ์สดของหญิงสาวในการฆ่าตัวตายซึ่งเกิดจากการฆาตกรรมจึงได้ให้ญาตินำร่างของหญิงสาวไปทำพิธีต่อไป

       สำหรับปัญหาสำหรับคนที่มีโรคซึมเศร้าควรจะต้องมีการกินยารักษาอาการอย่างต่อเนื่องและคนในครอบครัวควรจะต้องมีการสังเกตอาการอยู่ตลอดเวลา  และคอยให้คำปรึกษาอย่าปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ในอาการเครียดซึ่งถ้าหากเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการเครียดจนผิดสังเกตควรจะอยู่ใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันผู้ป่วยแอบพาตัวตาย

 

สนับสนุนโดย    หาเงินจากหวยหุ้น

นำศพภรรยาไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยอ้างว่าไม่มีเงินทำศพ

     เมื่อวันที่ 1 เดือนกันยายนปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนพบศพลอยน้ำมาติดอยู่ตรงบริเวณท่าน้ำเจ้าพระยาตรงบริเวณท่าเรือดินแดงซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่าศพนั้นขึ้นอืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยสันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วหลายวันโดยสภาพศพนั้นถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกโดยร่างกายของสัตว์นั้น

ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่และศพที่ลอยอืดมานั้นเป็นผู้หญิงจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมถึงที่มาที่ไปของสภดังกล่าวจนในที่สุดเมื่อวันที่ 9 เดือนกันยายนปีพศ2563

เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับกุมผู้ที่นำศพมาทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยคนที่นำศพมาทิ้งนั้นคือสามีของหญิงสาวคนดังกล่าวเองซึ่งเขาชื่อว่านายอรรณพมีอายุ 63 ปีโดยนายอรรณพให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าหญิงสาวที่ถูกนำไปทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยานั้น

คือภรรยา ของเขาซึ่งเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 โดยภรรยาของเขานั้นเสียชีวิตจากการป่วยตายเนื่องจากว่าเธอมีอาการป่วยติดเตียงมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว โดยนายอรรณพยืนยันว่าเขาไม่ได้ฆ่าภรรยาของตนเอง

อย่างไรส่วนสาเหตุที่นายอรรณพจำเป็นต้องนำศพภรรยาของเขานั้นไปทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยาก็เพราะว่าตอนนี้เขาไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวที่จะทำศพให้กับภรรยา ของเขาอีกทั้ง เขาเคยติดต่อที่วัดมาหลายที่แล้วแต่วัดที่เขาไปติดต่อไม่มีวัดไหนเลยที่จะรับเผาศพให้กับภรรยาของเขา

เนื่องจากว่าทางวัดแจ้งว่าเขาไม่มีใบมรณะบัตร ทำให้ทางวัดไม่สามารถที่จะทำการเผาศพให้ได้ อย่างไรก็ตามภรรยาของเขาตายวันที่ 29 เดือนสิงหาคมแต่เขาพยายามติดต่อหาวัดที่เผาจนถึงวันที่ 1 เดือนกันยายนก็ยังไม่สามารถหาวัดที่จะเผาได้กลิ่นศพของภรรยาของเขานั้น

ก็ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนในที่สุดเขาจำเป็นที่จะต้องนำร่างของภรรยาไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยวิธีการที่เขานำร่างพญาไปทิ้งนั้นเขาใช้เป็นพลาสติกห่อหุ้มร่างกายของภรรยาของเขาหลังจากนั้นก็เอาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับไปโยนลงน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจุดที่มีการโยนศพลงไปนั้นก็คือแถวบริเวณใต้สะพานพุทธซึ่งเป็นท่าน้ำขนาดใหญ่นั่นเองโดยช่วงที่นำศพโยนนั้นเป็นช่วงกลางดึกแล้วจึงไม่มีคนเห็น

อย่างไรก็ตามแต่เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งผลการชันสูตรออกมาว่าไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายแต่ถึงอย่างนั้นทางด้านนายอรรณพก็จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง