อันตรายเหมือนกันนะถ้ากินชาบู-หม้อไฟบ่อยๆ

 ถ้าพูดถึงอาหารประเภทชาบูแล้วแล้วก็ส่วนใหญ่คงจะน้ำลายไหลกันเลยทีเดียวเพราะเป็นอาหารที่เชื่อว่าเกือบแทบทุกคนชื่นชอบที่จะรับประทานเรียกได้ว่าจะให้กินทุกวันก็สามารถกินได้เพราะอาหารประเภทนี้มีทั้งผักทั้งเนื้อให้สารอาหารครบถ้วนแถมยังมีน้ำจิ้มสุดแสน

อร่อยให้จิ้มเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเบื่อผู้คนส่วนใหญ่มักจะนัดกันไปทานชาบู หรือไม่ก็มาไฟเพราะอาหารประเภทนี้สามารถนั่งกินได้เรื่อยเรื่อยแล้วก็คุยกันไปให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินเหมาะกับการไปกินแบบครอบครัวหรือชวนเพื่อนเพื่อนไปเที่ยวไปกินกันก็ให้บรรยากาศที่สนุกสนาน

ไม่ต้องรีบกินรีบกลับจึงทำให้หลายคนที่กินชาบูมักจะพบปัญหาเกี่ยวกับความอ้วน สำหรับธุรกิจประเภทอาหารชาบูเราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีการเปิดให้บริการมากมายหลายพื้นที่อยู่เต็มไปหมดทั้งในเมืองแล้วก็นอกเมืองเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั้งประเทศเลย

ก็ว่าได้แต่ว่าคุณรู้หรือไม่ว่าการกินอาหารประเภทชาบูหรือพูดประเภทมาไฟนั้นจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายของคุณวิทย์ค่อยแข็งแรงเรามาดูกันว่าอาหารประเภทนี้มีผลต่อร่างกายของเรายังไงบ้าง คงต้องบอกว่าอาหารประเภทนี้แน่นอนว่าต้องอุดมไปด้วยไขมันและโซเดียมมากมายอย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งทั้งไขมันและโซเดียมนี้เองที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายร่างกายของผู้ที่กินชาบูแล้ว

ก็หม้อไฟด้วยฤทธิ์ของมันไม่ได้ออกผลในทันทีแต่เป็นการสะสมของโรคภัยให้ค่อยค่อยเกิดขึ้นทีละนิดเชื่อว่าหลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าการที่เรากินอาหารที่มีโซเดียมสูงมากจนเกินไปจะมีผลทำให้ไตของเราทำงานหนักและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ไตมีอันตรายได้

อีกทั้งการกินไขมันที่มากเกินไปจะทำให้ไขมันไปสะสมในร่างกายนอกจากเป็นโรคอ้วนแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาโรคหัวใจได้อีกด้วยแลผลเสียจากกินโซเดียมมากเกินไปอีกอย่างหนึ่งก็คือ จะทำให้เสียงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง

  ซึ่งจากผลการสำรวจน้ำซุปของหม้อไฟและชาบูแล้วจะพบว่าทั้งสองอย่างจะมีปริมาณโซเดียมในน้ำซุปเกินกว่าร่างกายที่ต้องการมากนักดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ถึงแม้ว่าทั้งชาบูและทั้งหม้อไฟจะอร่อยมาก มายเพียงใดเราก็ไม่ควรที่จะกินทั้งชาบูหรือว่าหม้อไฟบ่อยบ่อยนั่นเอง

แต่หากว่าเราไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้กินทั้งชาบูและหม้อไฟได้เราก็ควรเลือกกินน้ำซุปที่มีรสชาติอ่อนอ่อนและเน้นกินผักและเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยน้อยก็จะสามารถช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับไขมันและโซเดียมเยอะได้       

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

ดูแลสุขภาพรับหน้าหนาว

            ตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแบบเต็มตัวแล้ว หลายวันมานี้ทุกพื้นที่อากาศเย็นมากๆ ทำให้แทบไม่อยากอาบน้ำกันเลย บางคนชอบที่อากาศหนาวเย็น  ในช่วงเวลานี้จึงมีหลายครอบครัวเลือกที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือและภาคอีสานเพราะเป็นภาคที่อากาศจะหนาวจัดกวาภาคกลางและต้นไม้ในฤดูหนาวก็กำลังออกดอกสวยงาม 

แต่อย่าลืมว่าเมื่อร่างกายของเราเคยอยู่ที่ที่อากาศอบอุ่นแล้วต้องปรับมาเจอกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นบางครั้งอาจมีการปรับสภาพไม่ทันทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยไม่สบายได้ ดังนั้น เราควรหมั่นรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อให้สามารถต้านทานกับโรคภัยไข้เจ็บที่จะมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นได้ มาดูกันว่าอากาศหนาวจึงดึงโรคอะไรเข้ามาบ้างา

  1. อย่างแรกเลยคือไข้หวัด อันที่จริงโรคนี้เข้าง่ายกับทุกฤดู ซึ่งเมื่ออากาศหน้าคนจะเริ่มเป็นหวัดกันมาก ดังนั้นเราควรเตรียมความพร้อมของร่างกายให้สามารถต่อสู้กับไข้หวัดได้
  2. โรคที่สองก็ตระกูลเดียวกับไข้หวัด นั่นคือไข้หวัดใหญ่ ส่วนสาเหตุการเป็นนั้นก็จะเหมือนๆกันแต่ระดับอาการแตกต่างกัน
  3. โรคปอดบวม แน่นอนเรื่องมีความเย็นหรือความชื้นเข้ามาเกี่ยวข้องก็มักจะเจอโรคนี้เสมอ
  4. โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ในเด็ก

           เมื่อเรารู้แล้วว่าหลักๆเลยถ้าเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว เราต้องเจอกับโรคเหล่านี้ ดังนั้น เราควรมีวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคทั้ง 4 โรคนี้ หรือถ้าเป็นก็ยังจะเป็นน้อยนิด ไม่ต้องถึงขนาดต้องเข้าไปนอนในโรงพยาบาลแน่นอน และหลักการง่ายๆก็คือการดูแลตัวเองให้ร่างการอบอุ่นและแข็งแรง อย่างที่รู้ว่าอากาศหนาวดังนั้นการเลือกเสื้อผ้ามาสวมใส่จึงมีความสำคัญมาก

ควรเลือกเสื้อผ้าหนาๆ อาจใส่เป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แต่ถ้าเราเป็นคนชอบความเย็นก็อาจจะเลือกความหนาระดับกลางๆหน่อย แต่อย่าให้ดูบางเกินไป เพราะจะมีผลกับโรคปอดบวมได้เนื่องจากความเย็นจะเข้าไปร่างกายเกินไปถึงแม้เราจะชอบความหนาวเย็นมากก็เถอะ แต่ภายในเรายังต้องการความอบอุ่นอยู่นะ และที่สำคัญการทานอาหารควรทานอาหารที่สะอาด มีประโยชน์ครบ 5 หมู่และยิ่งอากาศหนาวควรทานอาหารขนาดที่ยังอุ่นๆ

อยู่ และก็อย่าลืมออกกำลังบ้างเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงทนทานกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้ กลางคืนก็อย่าลืมนอนห่มผ้าหนาๆ  พยายามหลีกเลี่ยงคนที่มีอาการเป็นไข้หวัดเพราะจะให้เราติดมาจากเขาได้ง่าย และควรเตรียมยาสำรองไว้ในบ้านเผื่อรู้สึกไม่สบายในตอนกลางคืนจะได้มียารักษาได้ทัน และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด หน้าหนาวควรงดการกินเหล้า เพราะมีผลต่อร่างกายให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

ขอขอบคุณ  แทงหวยลาว  ที่ให้การสนับสนุน

สาเหตุของคนนอนไม่หลับพร้อมกับวิธีแก้ไข

ปกติคนเรานั้นต้องนอนหลับให้เพียงพอเป็นปัจจัยหลักของคนซึ่งการนอนของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันและไม่เท่ากันเนื่องมาจากอายุคน  ทารกนั้นต้องนอนอย่างน้อยนั้นวันละ  16 ชั่วโมง  วัยรุ่นนั้นต้องนอน 9 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่นั้นต้องนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง 

แต่ด้วยการที่เรานั้นใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกันผู้คนนั้นแตกต่างกันจนสู่มาเป็นโรคที่นอนไม่หลับ ซึ่งในการที่เรานั้นนอนไม่หลับมีอาการมากมาย  เช่น  การนอนไม่หลับ  การหลับที่ไม่สนิท   หรือว่าหลับๆตื่น  ตื่นมากลางดึก  หรือว่าตื่นเช้าผิดปกติ และก็การตื่นมาทำให้เรานั้นไม่สดชื่น  จึงทำให้เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ และเคล็ดลับวิธีแก้ไข สาเหตุของการนอนไม่หลับคือ  

  1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม  เสียงดังรบกวน  สว่างเกินไป  ทำให้นอนหลับยาก
  2.  อาการเจ็บป่วย  เช่นอาการปวดท้อง  ปวดตามเนื้อตามตัว  หรือว่าเกี่ยวกับการนอนไม่หลับมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ
  3.  ความเครียด  อาการวิตกกังวน  หรือว่ามีแรงกดดันทำให้เศร้า หมดหวังท้อแท้ หมดกำลังใจเพราะคิดว่าตัวเองนั้นไร้ค่าไม่มีความหมาย
  4.  กินกาแฟหรือว่าพวกที่มีคาฟีอีน  หรือกินแฮลกอฮอล์  บุหรี่ หรือว่าใช้ยาที่เกี่ยวกับการนอนไม่หลับ
  5.  ท้องว่างหิวในช่วงดึกหรือว่ากินอิ่มมากจนเกินไปจนทำให้เรานั้นต้องตื่นมากลางดึกจนทำให้นอนไม่หลับ
  6. ภาวการณ์นอนไม่หลับที่เกดมาจากการฝันร้าย  นอนละเมอ  
  7. หน้าที่การงานที่ต้องเปลี่ยนเวลานอนนั้นบ่อยเช่น  หมอ  พยาบาล  ยาม  

สาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับและเคล็ดลับวิธีการแก้ไข  

การที่เรานั้นนอนไม่หลับเพราะว่าเรานั้นเปลี่ยนที่นอนบ่อยมากหรือเปล่า หรือว่าเรานั้นต้องหาที่นอนในที่สงบเงียบ เพื่อว่าการที่เรานั้นจะนอนหลับได้ง่ายขึ้น  หรือว่าเรานั้นควรที่จะเปิดแอร์นอนเพื่อให้เย็นสบายจะได้นอนหลับ  การที่เรานั้นจะนอนเราก็ควรที่จะปิดทีวี ปิดไฟ เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นได้พักผ่อนอย่างเต็มที่  และก็ควรที่จะปิดโทรศัพท์เพื่อที่เรานั้นจะได้หลับสนิท 

  • ก่อนที่เรานั้นจะนอนเราก็ควรที่จะบีบนวดเพื่อที่จะได้ผ่อนคลาย  หรือว่าการแช่น้ำอุ่น  
  • ควรที่จะไม่นอนกลางวันและก็ไม่ควรที่จะกินยาแล้วทำให้ง่วงตอนกลางวัน
  • เมื่อเรานั้นรู้ว่าง่วงเราก็ควรที่จะนอนและก็ควรที่จะนอนให้ตรงต่อเวลาเพื่อที่ร่างกายเรานั้นจะได้จำเวลาที่เรานอนได้ทุกวัน
  • ก่อนที่เราจะนอนเราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารมื้อที่หนักเพราะว่าจะทำให้เรานั้นปวดท้อง เพราะว่ามีอาการของกรดไหลย้อนถ้าเรานั้นหิวเราก็ควรที่จะกินนมอุ่นสักแก้วหรือว่าน้ำผลไม้  
  • แต่ถ้าเรานั้นนอนไม่หลับให้เรานั้นหากิจกรรมเพื่อที่ให้เรานั้นง่วงนอนเช่น การฟังเพลง  ดูหนัง หรือว่านั่งสมาธิเมื่อเราง่วงก็เข้านอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ความสำคัญของการล้างมือ

จากการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิดที่กำลังระบาดอยู่ในเวลานี้ ทางองค์การอนามัยโลกได้ออกมาประกาศแล้วว่า การติดต่อกันนั้นเกิดขึ้นได้จากละออง หรือการไอจาม ที่มาโดนตัวเรา หรือเชื้อไวรัส ที่ไปเกาะกระจายตามจุดต่างๆที่เราไปสัมผัส หรือการไอจาม

ที่มีผู้ติดเชื้อได้เอามือป้องปากและเชื้อโรคติดอยู่ที่มือของคนเหล่านั้น แล้วคนเหล่านั้นได้เอามือไปจับสัมผัสจนกลายมีเชื้อไวรัสติดอยู่ตรงจุดนั้น แล้วคนทั่วไปก็ไปหยิบหรือสัมผัสต่ออีกครั้ง และเอามือของตัวเองไปสัมผัสจมูก ตา ปาก จึงทำให้เชื้อโรคเหล่านั้น แพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้นวิธีการที่นอกเหนือจากการใส่หน้ากากอนามัยแล้วนั้น

สิ่งสำคัญที่จะช่วยได้อีกอย่างคือการล้างมือ ที่จะช่วยฆ่าเชื้อโรคพวกนี้ให้ออกจากมือเราไปได้ ดังนั้นความสำคัญของการล้างมือ จึงเป็นสิ่งที่ควรจะกระทำ ลองจินตนาการถึงสิ่งที่เราต้องสัมผัสกับห้องน้ำ โต๊ะ หรือลูกบิดประตูอย่างน้อยวันละครั้ง

จากนั้นลองนึกดูว่า ในแต่ละวันมีคนสัมผัสสิ่งเหล่านั้นกี่คน และรวมกันทั้งหมดเป็นกี่ครั้ง ซึ่งแต่ละคนที่มาสัมผัสนั้น มีใครติดเชื้อไวรัสโควิดมาก่อนหน้านั้นหรือเปล่าไม่มีใครทราบ ซึ่งเชื้อโรคทุกอันที่เราสัมผัสหรือคนอื่นได้มีการสัมผัสไว้นั้นจะติดอยู่ที่พื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่คนเหล่านั้นได้มีการหยิบจับ และได้ถูกโอนถ่ายไปยังวัตถุทุกชิ้นที่เค้าสัมผัส

ซึ่งหมายความว่า หากคนนั้สัมผัสสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งสกปรกต่างๆมานับไม่ถ้วนแล้วไปหยิบจับลูกบิด แล้วหากเราไปสัมผัสต่อแล้วเอามือเข้าปากหรือป้ายจมูก จะเป็นอย่างไร เมื่อเชื้อโรคต่างๆ อยู่ในมือคนและถ่ายทอดจากตัวกลางสัมผัสมาสู่มือของเรานั้น

มันจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะแพร่กระจายเข้าไปสู่ร่างกายของคน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเรามีอาการป่วย ซึ่งหากทุกคนนั้นได้มีการล้างมือแล้วเชื้อโรคพวกนี้ ก็จะไม่อยู่ในสิ่งที่คนเราได้ไปสัมผัสไว้ และอัตราการแพร่เชื้อไวรัสโควิด ก็จะน้อยลง

ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันการระบาดได้อีกทางหนึ่งด้วย และไม่เพียงแต่เชื้อไวรัสโควิด ที่เราช่วยกันป้องกันได้นั้น การล้างมือยังสามารถป้องกันเชื้อไวรัสตัวอื่นๆได้อีกด้วย ซึ่งหากทุกคนในประเทศไทยนั้น หมั่นล้างมือกันจนเป็นนิสัยแล้วหละก้อ จะช่วยให้เชื้อโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส อะไรก็ตามค่อยๆ หายไปจากประเทศไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นหากสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ได้หมดลงไป คนไทยทุกคนก็ควรจะล้างมือกันต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

โรคซึมเศร้า รักษาหายได้  

คนที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นสามารถรักษาให้หายได้แต่เราต้องไปพบหมอ เริ่มจากการที่มีอาการซึมไปมากกว่าเดิม บวกจากอาการเครียดที่เพิ่มมากขึ้น ทำอะไรก็ไม่สดชื่นเลยอยู่ในกลุ่มที่มีเพื่อนเยอะก็เพื่อนสนุกเฮฮาแต่คนที่ป่วยนั้นจะนั่งอยู่คนเดียว ชอบพูดอะไรก็เศร้า  รวมถึงการกินอาหารด้วยเบื่ออาหารจากเป็นคนที่กินเก่งก็จะไม่ค่อยกิน ไม่ค่อยนอนหลับพักผ่อน  ชอบพูดแต่ไม่อยากจะอยู่ เบื่อชีวิตตัดเพ้ออะไรเป็นต้น  

การเป็นโรคนี้คืออย่าอยู่คนเดียวเวลาอยู่คนเดียวนั้นชอบคิดอะไรที่ติดลบ  หรือเจอเรื่องอะไรที่กระทบต่อจิตใจและร่างกาย หรือว่าถูกเลี้ยงมาเป็นแบบที่ถูกทอดทิ้งมาตลอด เลยเก็บอาการไว้ตลอด หรือการถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ไม่ได้ความรักจากคนรอบข้าง หรือว่าทำอะไรก็มีแต่คนว่าไม่ค่อยมีคนชื่นชม บางครั้งถ้าเรารู้ว่ามีคนป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นเราควรที่จะไปนั่งพูดคุยกับเขาเพื่อที่ให้เขาได้ระบายบ้าง ให้เขามีอารมณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส 

ในเมื่อก่อนนั้นการที่เรานั้นเป็นโรคซึมเศร้านั้นเราต้องรอให้เป็นให้หนักถึงจะไปหาหมอ แต่เดียวนี้ไม่ต้องรอให้ถึงขนาดนั้นแล้ว เพราะว่าเดียวนี้ เราสามารถที่จะตรวจสอบทางโซเชี่ยวได้ เราลองทำแบบตรวจสอบ ที่ทางหมอเขาได้ทำ แค่เราเข้าไปอ่านแล้วก็ทำแบบทดสอบว่าเราอยู่ในขั้นอะไรแล้ว ถ้าเรารู้เราควรรีบรักษาอย่าปล่อยให้มันเนิ่นนานเกินไป สายจนเกินแก้ 

การักษา โรคซึมเศร้านั้นรักษาได้ตามที่หมอสั่งหรืออาจจะมียาให้เรากิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายในวันสองวัน เพราะป่วยเป็นโรคนี้เราต้องใช้ระยะเวลาในการที่เรานั้นต้องรักษา หรือเบื้องต้นที่เรารู้ว่าเราเป็นนั้นเราควรที่จะเข้าหาเพื่อนเข้าไปคลุกคีกับเพื่อนพยายามหาอะไรทำไม่อยู่คนเดียวอะไรประมาณนี้

เพื่อที่ไม่ให้ตัวเรานั้นฟุงซ่าน  การที่เราไม่อยู่คนเดียวก็ทำให้เรานั้นได้มีเพื่อนที่จะคุยปรึกษา ไม่ใช่อยู่แต่ในโรคส่วนตัว ออกมาข้างนอกบ้าง หรือว่าเรานั้นจะไปเที่ยวเพื่อที่จะเปลี่ยนบรรยากาศซะบ้าง เพื่ออะไรที่มันจำเจจะได้สดชื่นไม่ป่วย การที่เรานั้นไม่อยู่คนเดียวเพื่อที่เรานั้นจะได้ไม่ป่วย   

วิธีในการที่เราต้องรับมือกับโรคนี้เราต้อง อย่าอยู่คนเดียว ออกมาหาความสนุกใส่ตัวบ้าง หาเพื่อนที่เราไว้ใจแล้วปรึกษา

คลายความทุกข์หรือความสุขให้คนที่เราพร้อมที่จะรับฟัง  โรคนี้ไม่ได้หน้ากลัวอย่างที่คิดแค่เรานั้นรู้จักวิธีในการรับมือและก็แก้ไขปันหา  

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

การดูแลสภาพผิวปาก    

           ริมฝีปากที่อวบอิ่มสวยงามถือเป็นหน้าเป็นตาของผู้หญิงเรา  แต่ถ้าใครมีริมฝีปากที่แห้งผากเหมือนกับทะเลทรายที่ขาดน้ำ คงจะช้ำใจน่าดู เพราะนอกจากจะไม่น่ามองแล้ว เวลาทาลิปสติกยังไม่สวยอีกด้วย  ปัญหาปากแห้งเป็นขุย

           เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าริมฝีปากที่แห้ง แตก มีขุยลอกออกมานั้นสาเหตุเกิดมาจากการที่ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น นั้นเพราะว่าผิวหนังของเราส่วนมากจะมีต่อมไขมันเอาไว้คอยผลิตไขมันเพื่อสร้างน้ำมันแต่ที่ริมฝีปากจะไม่มีเจ้าต่อมชนิดนี้ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าอะไรเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากสวยๆ ของคุณแห้ง

  1. การดื่มน้ำน้อย หากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการจะทำให้ไม่มีน้ำไปหล่อเลี่ยงริมฝีปาก
  2. สภาพอากาศ ก็มีผลทำให้ริมฝีปากแห้ง เช่นในฤดูหนาว อากาศจะเย็นและแห้งทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง รวมถึงฤดูร้อนริมฝีปากก็ขาดความชุ่มชื้น หรือแม้แต่คนที่อยู่ในห้องแอร์เป็นประจำจะสังเกตเห็นว่าทั้งผิวตัวและริมฝีปากจะแห้ง เพราะขาดความชุ่มชื้น
  3. แสงแดด  รังสีจากแสงแดดเป็นตัวการทำลายความชุ่มชื้นในผิวและริมฝีปาก
  4. การทาลิปสติกนี่ก็เป็นตัวการสำคัญเลยที่จะทำให้ริมฝีปากสวยๆของเราแห้ง ทั้งลิปสติกที่มีการโฆษณาว่าติดทนนาน หรือแม้แต่ลิปปาร์ม ก็มีสารที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้
  5. ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก  ส่วนผสมของยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากบางอย่างอาจมีผลทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งจะมีผลกระทบกับปัญหาริมฝีปากแห้งด้วย
  6. การเลียปาก   วิธีนี้อย่าคิดว่าจะทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้นนะคะเพราะมันจะชุ่มชื้นได้เพียงไม่นาน หลังจากนั้นก็จะทำให้ผิวที่ริมฝีปากแห้งมากขึ้นเพราะเอนไซม์ในน้ำลายจะมาทำลาย ริมฝีปากของเรา 
  7. ภาวะของกาขาดวิตามิน  โดยปกติวิตามินาบางชนิด จะมีความสำคัญกับผิวหนังทำให้มีความชุ่มชื้น ดังนั้นการขาดวิตามินจึงเหมือนขาดผู้ช่วยในการดูแลผิว
  8. อาการร้อนใน  โรคร้อนในก็มีผลทำให้ริมฝีปากแห้งด้วย 

หากต้องการดูแลริมฝีปากไม่ให้มีอาการแห้งขุย ควรดูแลตัวเองดังนี้

  1. ดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เพราะนอกจะน้ำช่วยให้ความชุ่มชื้นที่ริมฝีปากได้แล้ว ยังช่วยทุกส่วนในร่างกายอีกด้วย ถ้าน้ำเมื่อไหร่ขาดใจตายเมื่อนั้นนะจ๊ะ
  2. ควรหลีกเลี่ยงกับการเจอแสงแดดโดยตรง เมื่อต้องออกจากบ้านควรหาอะไรมาบังแสงแดดไม่ให้มากระทบริมฝีปาก
  3. เปลี่ยนวิธีการใช้งานลิปสติก ไม่ควรทาลิปปาร์มบ่อย และหยุดพฤติกรรมที่ชอบเลียริมฝีปากซะ
  4. ลองเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสมุนไพรดูจะช่วยลดสารเคมีบางตัวที่เป็นตัวการทำลายริมฝีปาก
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบีสูง 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

“รู้สึกอยากตาย อยากฆ่าทั้งตนเองและลูกให้ตาย ไม่อยากเลี้ยงแล้วลูกคนนี้” คงตกใจไม่น้อยหากได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของคนเป็นแม่ นี่คือสัญญาณบ่งบอกให้รับรู้แล้วว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่นอน ซึ่งควรได้รับการช่วยเหลือให้เร็วที่สุดจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คือ ภาวะอารมณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี มีความคิดทางลบเกิดขึ้น มีโอกาสเกิดกับแม่หลังคลอดไปจนกระทั่งถึง 1 ปีหลังคลอด โดยแรกๆจะเริ่มจากภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด หรือที่เรียกว่า postpartum blue ภาวะนี้หากเกิดขึ้นถือว่าปกติ

เพราะสามารถเกิดขึ้นกับแม่หลังคลอดได้ทุกราย จากการที่ต้องปรับตัวมาเป็นแม่ โดยเชื่อว่าเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงหลังคลอด อาการเช่น อยู่ๆน้ำตาก็ไหล หงุดหงิด นอนไม่หลับ ไม่สนใจเลี้ยงลูก ซึ่งสามารถหายได้เอง แตกต่างจากภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ ที่ต้องได้รับการรักษา อาการแสดง คือ แม่เก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร

มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการ  และหนึ่งในแนวทางการรักษาควบคู่กับการกินยา คือ ครอบครัวจะมีความสำคัญมากที่สุดที่จะช่วยให้ผ่านวิกฤตไปได้ พ่อควรช่วยแม่ในการเลี้ยงลูก ไม่ทิ้งภาระในการเลี้ยงลูกให้ฝ่ายเดียว  ให้แม่ได้มีโอกาสพักผ่อน หรือหาคนช่วยเลี้ยงในช่วงกลางวัน 

โดยสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ อาทิเช่น มีภาวะแทรกซ้อนหรือความเสี่ยงในขณะตั้งครรภ์ ลูกคลอดก่อนกำหนด หรือลูกมีปัญหาสุขภาพ ปัญหาด้านครอบครัว รายได้ เศรษฐกิจ การเงิน รวมทั้งแม่ที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดก่อนหรือหลังท้อง

บางรายอาจรู้ตัวว่าตนเกิดซึมเศร้าหลังคลอด รีบหาทางแก้ไขได้เร็ว ไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาบานปลาย แต่ในทางตรงกันข้ามบางคนไม่รู้ว่าตนเกิดภาวะนี้ คนรอบข้างก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เบี่ยงประเด็นในการรักษาไปอย่างอื่น เช่น หากใครได้ติดตามข่าวจากโลกโซเซียลหน้าเพจของหมอท่านหนึ่ง มีคนส่งเรื่องว่า แม่ของตนคิดว่าถูกคุณไสย์ พาไปหาหมอผี

อาการควรดีขึ้นกลับแย่ลง เพราะการรักษาที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งสามารถทำให้เกิดเป็นโรคจิตหลังคลอดตามมาได้ ดังนั้นหากเราเจอคนใกล้ชิด มีอาการหรือสงสัยว่าจะเป็นซึมเศร้าหลังคลอด อย่าชะล่าใจค่ะ รีบไปหาหมอ เพื่อจะได้แนวทางในการดูแลรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

เพราะไม่อย่างงั้นผลเสียที่ร้ายแรงอาจส่งผลกระทบต่อต่อแม่และลูกเอง ดังข่าวเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่แม่ลูกอ่อน ฆ่าลูกแล้วเอาไปต้มทำเป็นอาหาร อย่ารอให้เกิดการสูญเสียแล้วค่อยตื่นตัว แต่ควรป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิดก่อนดีกว่าค่ะ

 

สนับสนุนโดย  alpha88

เรื่อง การฝ่าไฟแดงกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ต้องอธิบายก่อนว่าการฝ่าไฟแดงในที่นี้ ไม่ใช่การฝ่าไฟแดงตามสี่แยกไฟแดงแต่อย่างใด แต่การฝ่าไฟแดงในที่นี้คือ การมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่เรามีประจำเดือนนั่นเอง

ซึ่งในการมีเพศสัมพันธ์แบบนี้ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป แต่อาจจะดีน้อยกว่าเท่านั้นเอง ซึ่งในปัจจุบันได้ทำการวิจัยว่าในวัยใดที่ชอบมีเพศสัมพันธ์แบบฝ่าไปแดงแล้วพบว่าในวัยรุ่นมีประมาณ 4% แต่ในวัยกลางคนชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์แบบฝ่าไฟแดงนี้ ถึง 25 – 30%

และในความคิดของผู้หญิงเราก็มักที่จะคิดว่าการฝ่าไฟแดงสามารถคุมกำเนิดได้ด้วยและสามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่ใน 30% นี้ ก็หมายความว่าเป็นหนึ่งส่วนสามของสังคมจำเลยของสังคมกันเลย แต่ในทางการแพทย์ไม่มีการแนะนำให้มีการฝ่าไฟแด

เนื่องจากในขณะที่ผู้หญิงกำลังเป็นประจำเดือนน้องสาวของเราจะอ่อนแอมาก จึงไม่เป็นผลดีที่เราจะมีเพศสัมพันธ์ในขณะเป็นประจำเดือน อย่างที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นว่าในการมีเพศสัมพันธ์แบบฝ่าไฟแดงนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงข้อเสีย เรามารู้เกี่ยวกับข้อดีกันเลยดีกว่า ข้อดีก็คือเชื่อว่าในขณะมีเพศสัมพันธ์

ในขณะมีประจำเดือน สามารถลดอาการเจ็บปวดจองประจำเดือนได้ เพราะถ้าผู้หญิงถึงจุดสุดยอด หรือเวลาที่ผู้หญิงมีเซ็กส์แล้วมีอารมณ์ผ่อนคลายสมองจะหลั่งสารแห่งความสุข สารแห่งความรักออกมา เช่น Oxytocin และ Endorphins

มันทำให้ร่างกายของเราผ่อนคลายและทำให้เราลืมความเจ็บไปชั่วขณะได้ แต่ย้ำนะคะว่าชั่วขณะเท่านั้น หรือข้อดีอีกอย่างคือ การฝ่าไฟแดงทำให้เราลืมอาการที่มากับประจำเดือนได้ เช่น อาการหัวร้อนหงุดหงิด หรือบางคนก็อาจจะมีอารมณ์เศร้า ซึ่งการฝ่าไฟแดงอาจจะทำให้อาการเหล่านั้นหายไปก็เป็นได้ ข้อดีอาจจะมีแค่นี้แต่ข้อเสียที่ตามมานั้นมีมากมาย 

เรามารู้เกี่ยวกับข้อเสียกันเลยดีกว่านะคะ ในทางการแพทย์เชื่อว่า การที่คนฝ่าไฟแดงนั้นร่างกายของผู้หญิงจะติดเชื้อหรือรับเชื้อได้ง่ายกว่าการมีเซ็กส์แบบปกติ เพราะในช่วงที่เรามีประจำเดือนเม็ดเลือดขาวในร่างกายของเราจะตกลงมาน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ

ซึ่งเม็ดเลือดขาวในร่างกายของเราก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับตำรวจและทหาร คือ มันจะทำหน้าที่คอยรักสาคุ้มครองร่างกายของเราจากเชื้อต่างๆนั่นเอง ถ้าเม็ดเลือดขาวลดลงภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็จะต่ำลงด้วยและในขณะที่เราเป็นประจำเดือนนั้นช่วยคอดของเราก็จะกลายเป็นด่างมากขึ้น

แต่ปกติแล้วช่องคลอดของเราจะเป็นกรดซึ่งเป็นกรดมันก็จะสามารถปกป้องเราได้แต่ในขณะที่เราเป็นประจำเดือนมันจะเป็นด่างแล้วจะทำให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี และสามารถผ่านเข้าไปในช่องคลอดของเราได้ส่วนเชื้อที่เรากลัวก็จะมีอยู่ประมาณสี่ตัวหลักซึ่งทำให้เราติดโรคได้ 1.โรคหนองใน มีทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม  2. เชื้อราในช่องคลอด 3. HIV   และ 4.HPV 

เห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าการสัมพันธ์แบบฝ่าไฟแดงนั้นอันตรายแค่ไหนแล้วยังทำให้ติดโรคมากมาย เช่น HIV ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อทางกระแสเลือดเมื่อเรามีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่ใส่ถุงยางยางอนามัยในขณะมีเซ็กส์กับเรา เรายิ่งจะมีความเสี่ยงในการติดโรคสูงถึงแม้ว่าจะ มีพอดีแต่ก็ไม่คุ้มเลยกับการที่เราจะเสี่ยงติดโรค

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โอกาสที่ดีในการทำ 3 สิ่ง ช่วงอยู่บ้านในสถานการณ์โควิด

โอกาสที่ดีในการทำ 3 สิ่ง ช่วงอยู่บ้านในสถานการณ์โควิด
1. ลงคอร์สออนไลน์เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มความสามารถ
ในยุคปัจจุบันโอกาสในการพูดคุยกันนั้นง่ายนิดเดียว เพราะเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก จึงทำให้ถึงแม้โรคระบาดจะเรื้อรังอยู่ แต่ก็คงไม่สามารถขัดขวางการเรียนรู้ศึกษาทางไกลได้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เพิ่มช่องทางโดยเปิดให้สาธารณะสามารถดาวน์โหลดและเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ฟรี เช่น คอร์สเสริมทักษะทางอาชีพของกระทรวงแรงงาน คอร์สออนไลน์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอีกมากมายที่มีให้เลือกเรียนรู้และเดินหน้าพัฒนาตนเองต่อไปได้แม้ในขณะที่คุณต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้าน

2. มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเพื่อนเก่าและครอบครัวที่อยู่ห่างกันได้มากขึ้น หลายๆ คน ก็กลับบ้าน แต่บางคนก็ไม่ได้กลับไป ง่ายมากกับปัญหานี้เพราะคิดถึงก็แค่วิดีโอคอลไป หรือโทรไปหา
นี่มันยุคไหนแล้ว การที่เราจะพูดคุยกับใครสักคน มันทำง่ายมาก ยุคเทคโนโลยีก้าวไกล คือ การขยายคำจำกัดความของ “การเข้าสังคม” ที่ครอบคลุมถึงพื้นที่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น เราสามารถพูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และเห็นหน้าเพื่อน ๆ ได้ผ่านทางวิดีโอคอล และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำให้การสังสรรค์ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับพื้นที่ทางกายภาพอีกต่อไป และนอกจากเราจะได้พูดคุยพบหน้ากันแล้ว ยังช่วยให้เรื่องของการทำ Social Distancing ที่ต้องการมากในช่วงนี้อีกด้วย

3. ตามใจตัวเองด้วยอาหารที่ชอบและเครื่องดื่มที่ใช่ แต่อย่าลืมบริโภคอย่างมีสติและรับผิดชอบ
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ยังได้ออกมาเตือนว่าการใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือจัดการความเครียดและความวิตกกังวล ไม่ใช่วิธีการรับมือที่ดีในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 การที่เราอยู่บ้านมากขึ้นอาจจะทำให้เราได้มีโอกาสทำอาหารอร่อยๆ กิน สั่งของที่อยากิน ได้กินกับข้าวฝีมือ พ่อกับแม่ แต่อย่าลืมควบคุมน้ำหนักล่ะ

อย่างไรก็ตาม เราก็ขอให้ทุกคนอยู่บ้านกันอย่างมีสติ รับมือกับปัญหา และพยายามหาสิ่งที่มีความสุขทำ เพราะเราไม่รู้ว่าโรคนี้มันจะหายไปเมื่อไหร่ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพใจ กาย ของตนเองและครอบครัวให้ สู้และผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

เคล็ดลับกู้ผิวหน้าให้ขาวใส

เมื่อผิวหน้าหมองคล้ำ ก็ทำให้ชีวิตหม่นหมองตามไปด้วย สาว ๆที่ไปท่องเที่ยวเดินทางไกลหรือไปเผชิญกับแสงแดดมาอย่างรุนแรงจนทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ จนเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ และทำให้การแต่งหน้าของเรานั้นยากเย็นขึ้นกว่าปกติ เพราะใบหน้าเกิดความแห้งกร้านจนทำให้เครื่องสำอางไม่ติดกับผิวหน้า

เราจึงจะมาแนะนำเคล็ดลับกู้หน้าใส มีออร่า เจอกับแสงแดดแรงมากแค่ไหนก็ไม่กลัว

มะเขือเทศ พืชผักหาง่าย และยังมีราคาที่ถูกแสนถูก ไม่กระทบเงินเดือนอันน้อยนิดของมนุษย์เงินเดือน และยังมีประโยชน์มากมายช่วยกู้ผิวใสไร้ความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี โดยการนำมะเขือเทศมาบดให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วบริเวณใบหน้า ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังล้างออกว่าผิวหน้าของเรามีความชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งกร้าน หากทำเป็นประจำยังช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ทำให้ความหมองคล้ำบนผิวหน้าหายไป กลายเป็นความขาวใสมีออร่า และหากสาว ๆคนไหนสามารถรับประทานมะเขือเทศได้ ยังดีต่อสุขภาพผิวของเราเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย เพราะมีวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงให้ผิวพรรณของเรานั้นดีจากภายในสู่ภายนอก ประโยชน์มากมายขนาดนี้ ต้องไปหาซื้อมาลองกันแล้ว

แตงกวา จิ้มกับน้ำพริกก็อร่อย นำมาพอกผิวหน้าก็ดี สาว ๆที่อยากหน้าใส เต่งตึง ควรรีบไปหาซื้อแตงกวามาใช้กันแล้ว โดยการนำแตงกวา 2-3 ลูก มาปั่นจนละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า วิตามิน C และน้ำจากแตงกวา จะช่วยให้ผิวหน้ามีความอิ่มน้ำเพิ่มขึ้น และช่วยลดรอยแดงจากการถูกแสงแดด ทำให้ผิวหน้าดูขาวใสขึ้น โดยอีกหนึ่งวิธีคือการนำแตงกวามาหั่นเป็นแว่นให้พอดีกับบริเวณรอบดวงตา พอกทิ้งไว้จะช่วยลดรอยคล้ำ และถุงน้ำบริเวณใต้ตาให้ลดลงอีกด้วย เหมาะกับสาว ๆที่นอนดึกเป็นที่สุด

กล้วย การรับประทานกล้วยเป็นประจำจะทำให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานเป็นปกติ และหากนำมาพอกหน้า วิตามิน E ในกล้วยก็จะช่วยเร่งให้ผิวหน้าผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ใบหน้าดูขาวใสเร็วขึ้น เหมาะกับสาว ๆที่ไปเผชิญกับแสงแดดอย่างรุนแรงมา สูตรนี้จะช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาขาวใสทันใจอย่างแน่นอน

น้ำผึ้งแท้ อาจหายาก และมีราคาที่สูงนิดหน่อย แต่มีประโยชน์มากมาย การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งจะช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น รู้สึกเนียนนุ่มขึ้นทันทีหลังล้างออก แต่อาจจะต้องอดทนกับความเหนียวของน้ำผึ้งหน่อยแต่รับรองว่าถูกใจกับผลลัพธ์อย่างแน่นอน แต่การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งนั้น การล้างออกควรล้างด้วยน้ำอุ่น เพื่อช่วยให้รูขุมขนขจัดน้ำผึ้งออกมาอย่างหมดจด ไม่ทิ้งความเหนียวตกค้างไว้ เพระจะก่อให้เกิดสิวตามมา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์