มันคือรายได้มหาศาลที่หายไปจากประเทศเรา

ถ้าจะมาพูดถึงเรื่องธุรกิจจริงๆจังๆ นะ ขอย้ำว่าธรุกิจแบบเพรียวๆเลย พวกคุณประเทศไทยก็คิดผิดเช่นกัน เพราะว่าถ้าเรื่องของธุรกิจแล้ว บุหรี่ไฟฟ้าจะกลายเป็นธุรกิจที่ทำร่ายได้ให้ทั้งกับคนทั้งประเทศ แล้วก็เป็นรายได้กับประเทศได้เองเลยด้วย

ลองมาดูความเป็นไปได้กัน การที่บุหรี่ไฟฟ้านั้นกำลังเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องการ แต่ประเทศเราปิดกั้น สรุปคือรายได้ไม่ก่อกำเนิดกับตั้งคนในประเทศและตัวประเทศ

ถ้าเกิดเราทำให้มันถูกกฏหมายแล้ว คนในประเทศสามารถรับมาขายหรือเป็นตัวแทน หรือจะเป็นโมเดลธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในประเทศ ประเทศก็กินภาษีไป เพียงแค่นี้เอง แต่กลับอ้างความปลอดภัย ในขณะที่บุหรี่มวนยังขายอยู่เนี่ยนะ ช่างทำอะไรที่เห็นได้ชัดจริงๆว่า เป็นเรื่องของเส้นสายทางธุรกิจ

ในหลายๆประเทศทั่วโลก แม้แต่ดาราเซเลปต่างๆ ก็ได้ปรับตัวมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันหมดแล้ว แล้วเขาก็ใช้กันเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย แล้วพวกข่าวที่เข้ามาที่ไทยว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้คนป่วยเป็นนู้นนี่ ที่ไปเอามาจากเหล่าเคสของต่างประเทศ บอกเลยว่าเห็นแล้วตกใจ แล้วก็อยากรู้สืบหา สรุปใช่มันเป็นเพราะบุหรี่ไฟฟ้า

แต่ไม่ใช่เพราะมันเป็นนำยาสกัดอเองจากกัญชา แล้วทำกันไม่ดีไง บางเคสทำเป็นน้ำยาเสพติดกันเลยทีเดียว แล้วพาเป็นข่าวเข้ามาที่ไทย กลับตัดข้อพิพากเรื่องน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไป แล้วก็เหมารวมเป็นเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดทั้งมวล เป็นไงล่ะ ร้ายนักนะ เจ้าพวกอยากจะโจมตีนัก ในประเทศอื่นให้สิทธิในการเลือกทางเดินของนักสูบเองว่าจะเลือกทางเดินไหน

ทุกคนถ้าทำได้เขาเลิกแล้ว ถ้าเลิกไม่ได้พยายามเลิก บุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วถ้าไม่อยากเลิกแต่อยากจะได้สุขภาพที่เสียน้อยกว่าสูบบุหรี่มวน เขาก็เลือกได้ แต่ไทยเราตัดทุกย่างทิ้ง การสูบบุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นโทษผิดกฏหมายที่เป็นช่องทางทำเงินให้ตำรวจ รวมทั้งทำให้ผู้ผลิตและผู้นำเขาบุหรี่มวนรายใหญ่นั้นกลายเป็นผู้ผูกขาดในตลาด

เงินจำนวนมหาศาล แม้แต่เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า เป็นวงจรที่ไม่ได้ยากอะไร คนไทยเก่งสามารถออกแบบและสร้างแบรนด์ตัวเองส่งออกได้ด้วยซ้ำไป แต่กลับตัดโอกาสนื้ทิ้งไปเสียแล้ว แล้วรู้ไหม ตอนนี้ถ้าอนุญาตให้ถูกกฏหมายก็เรียกได้ว่าเสียโอกาสไปอย่างมากมายแล้ว หมดโอกาสโกยเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ยังทันสำหรับการเป็นรายได้ทั่วไปสำหรับประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าห่วงธุรกิจจริงๆ ก็วางแผนทำมันให้ดีกับบุหรี่ไฟฟ้านี้ รับรองช่วยคนในประเทศได้แน่ๆ

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

เซลล์ขายรถโพสต์ ไม่ขอให้บริการทหารตำรวจ

     เซลล์ขายรถโพสต์ เห็นต่างทางการเมืองไม่ขอให้บริการทหารตำรวจถูกบริษัทสั่งลงโทษเรียบร้อยแล้ว 

          ขณะนี้ประเทศไทยกำลังแบ่งออกเป็น 2 พวกส่วนหนึ่งก็คือเป็นฝั่งของรัฐบาลกับอีกส่วนหนึ่งคือเป็นฝั่งของประชาชนปลดแอกที่ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลนั้นยุบพรรคและมีการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาอีกทั้งยังต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากการที่เดิมและพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือกฎหมายทุกอย่างกลับมาเป็นให้พระมหากษัตริย์นั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่สามารถส่งตรวจสอบได้

         อย่างไรก็ตามด้วยข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษาโป๊ะแตกเหล่านี้ที่มีการเรียกร้องค่อนข้างยิ่งใหญ่มากจนเกินไปทำให้มีฟังฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องดังกล่าวออกมาต่อต้านกับข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา

และยังมีบางกลุ่มที่บอกว่าตนเองนั้นเป็นระบบกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหนซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มพวกเราดาราทั้งร้ายและบริษัทร้านอาหารทั้งหลายโดยกลุ่มเหล่านี้ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วอยากจะเลือกฝ่ายแต่ก็คงไม่สามารถเลือกได้เพราะหากเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะทำให้ตนเองนั้นเดือดร้อนขึ้นมาทันที

        อย่างไรก็ตามแต่ด้วยความคิดเห็นต่างทางการเมืองนี้เองได้มีเซลล์แมนขายรถคนหนึ่งเป็นเซลล์ขายรถให้กับค่ายค่ายรถยักษ์ใหญ่ชื่อดังได้ออกมาประกาศผ่านทาง facebook ส่วนตัวของตนเองเกี่ยวกับการให้บริการการขายรถของตนเอง

ว่าจนกว่าจะสิ้นสุดเกี่ยวกับเรื่องของข้อเรียกร้องที่นักศึกษาออกมาประท้วงกันเขาจะไม่ให้บริการทหารหรือตำรวจในการที่จะซื้อรถกับเขาอย่างเด็ดขาดเนื่องจากว่าเขาได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของการสลายการชุมนุมแล้ว

เขารู้สึกว่าทหารและตำรวจนั้นทำไม่ถูกต้องเพราะนักศึกษาเหล่านั้นออกมาชุมนุมด้วยความสงบไม่ได้สร้างความเดือดร้อนดังนั้นวิธีการสลายความชุมนุมนั้นจึงไม่ควรใช้ความรุนแรงกับเด็กนักเรียนนักศึกษา

         อะไรก็ตามเมื่อ Facebook ของเขามีการถูกเผยแพร่ออกไปผู้บริหารของบริษัทรถยนต์ได้เห็นข้อความที่มีการแชร์ทำให้ในขณะนี้ผู้บริหารของบริษัทได้ออกมาชี้แจงกับ Facebook ของพนักงานเซลล์ขายรถคนดังกล่าวว่าทางบริษัทขายรถนั้นไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองและในขณะนี้ทางผู้บริหารก็มีการลงมติแล้วว่าจะมีการลงโทษเซลล์คนดังกล่าว

และทางผู้บริหารเองก็เน้นย้ำกับพนักงานของบริษัททุกคนไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองลงใน Facebook ไม่ว่าจะเป็น Facebook ขององค์กรหรือแม้แต่ Facebook ของพนักงานเองก็ตาม 

          โดยผู้บริหารนั้นให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับของทางบริษัทซึ่งยืนยันว่าทางเซลล์ขายรถที่มีการโพสต์ Facebook ของตนเองนั้นทำผิดกฎระเบียบของบริษัทจึงต้องถูกลงโทษสูงสุดของทางบริษัทซึ่งหลายคนมองว่าบทลงโทษที่ทางบริษัทจะลงโทษนั้นก็คือการไล่ออกจากงานนั่นเอง และหลังจากที่มีการโพสต์ชี้แจงดังกล่าวทั้งผู้บริหารของบริษัทรถยนต์ดังกล่าว

ก็ออกมาขอโทษประชาชนและลูกค้าที่มาใช้บริการโดยพวกเขายืนยันว่าจะให้บริการกับลูกค้าทุกคนที่ไปซื้อรถไม่ว่าลูกค้าเรานั้นจะเป็นนักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปรวมถึงทหารหรือตำรวจก็ตาม

 

ขอบคุรผู้ให้การสนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

อันตรายหากโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ลงสื่อโซเชียว

               สำหรับหลายๆคนที่มีการเล่นอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์  อินสตาร์แกรม หรือแม้แต่เฟสบุ๊กส่วนมากก็เพื่อมีการบันทึกเกี่ยวกับความทรงจำ การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเก็บเอาไว้ดูภายหลังหรือบางคนก็โพสต์เพื่อแชร์ให้กับเพื่อนๆ

และญาติพี่น้องได้เห็นการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองว่าไปไหน ทำอะไรบ้าง หรือบางคนก็ใช้ช่องทางของสื่อโซเชียวเหล่านี้เป็นที่ระบายอารมณ์ หรือบางคนก็ต้องการแค่เพียงจะอวดความร่ำรวยของตัวเอง

ซึ่งเราจะเห็นว่าหลายครั้งที่มักจะมีคนโพสต์รูปพาสปอร์ตเมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โพสต์รูปรถยนต์เมื่อมีการซื้อรถใหม่ รวมถึงหากใครบางคนถูกหวยเพราะซื้อเลขทะเบียนรถของตัวเองก็มักจะมีการโพสต์เลขทะเบียนรถ

ซึ่งหลายคนคงยังไม่รู้ว่าการโพสต์ข้อความต่างๆเหล่านี้เป็นการโพสต์เพื่อล่อให้แก๊งมิจฉาชีพได้เข้ามาติดตามชีวิตของคุณและคอยหาโอกาสนำข้อมูลส่วนตัวของคุณไปใช้ในการโจรกรรมข้อมูล ซึ่งเคยมีข่าวออกมาหลายครั้งที่ประชาชนถูกแฮ๊กข้อมูลแล้วสามารถนำเงินออกจากบัญชีของเราไปใช้ได้อย่างสบาย

โดยที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครไปคนทำ และตำรวจก็ไม่สามารถตามจับคนร้ายได้เพราะส่วนใหญ่พวกที่แอ๊กเอาข้อมูลของเราเหล่านี้มักจะอยู่ต่างประเทศ พวกเขาแค่เพียงเข้ามาดูข้อมูลที่เราโพสต์เอาไว้แล้วก็สามารถได้ข้อมูลส่วนตัวของเราไปดึงเงินเราออกมาใช้จ่ายได้อย่างสบายๆเลย ดังนี้เราจึงไม่ควรโพสต์สิ่งต่อไปในลงบนสื่อโซเชียวทุกชนิด 

  1. บัตรประชาชน  บัตรใบนี้ถือได้ว่าเป็นชีวิตจิตใจของเราเลยก็ว่าได้เพราะข้อมูลส่วนตัวของเราทั้งหมดจะถูกระบุในบัตรประชาชนซึ่งหากใครก็ตามที่มีข้อมูลในบัตรประชาชนของเรา เขาก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินแทนเราได้ทั้งหมดดังนั้นเราจึงควรเก็บข้อมูลในบัตรประชาชนไว้เป็นความลับไม่ควรนำมาเผยแพร่เด็ดขาด
  2. ใบขับขี่  บัตรใบนี้มีความสำคัญรองลงมาจากบัตรประชาชน เพราะในบัตรขับขี่ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลส่วนตัวของเราละเอียดมากนักแต่ก็มีเลขที่บัตรประชาชนที่จะสามารถนำไปหาข้อมูลอื่นๆของเราได้ดังนั้นใบขับขี่จึงเป็นอีกบัตรที่ไม่ควรนำมาโพสต์โชว์ให้คนอื่นเห็น
  3. หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต คนส่วนใหญ่มักจะมีการนำรูปพาสปอร์ตมาอวดกันเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะในพาสปอร์ตจะมีข้อมูลส่วนตัวของเราทั้งหมด มีความสำคัญเทียบเท่ากับบัตรประชาชนเลยทีเดียวดังนั้นเราจึงไม่ควรนำข้อมูลเหล่านี้มาโพสต์อวดใคร
  4. จุดเช็คอิน สำหรับคนที่เล่นสื่อโซเชียวส่วนใหญ่มักจะติดการเช็คอินว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเพราะหากมีใครที่คิดจะทำร้ายคุณเขาจะสามารถตามหาคุณเจอจากจุดเช็คอินของคุณเอง
  5. ป้ายทะเบียนรถ ถึงแม้ทะเบียนรถจะไม่ได้มีข้อมูลส่วนตัวของคุณมากนักแต่มันก็สามรถเช็คได้ว่าใครเป็นเจ้าของรถซึ่งจะสามารถเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่พวกมิจฉาชีพจะสามารถหาข้อมูลส่วนตัวอี่นๆของคุณได้

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

2เหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมากที่สุด

Silverpilen ซึ่งใครจะไปเชื่อกันว่าคนในอดีตของคนในเมืองหลวงแห่งความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองในอดีตของงประเทศสวีเดนต่างก็ได้พากันหวาดกลัวรถไฟฟ้าใต้ดินโยรถไฟผีที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวนี้ได้มีชื่อว่า Silverpilen ลูกศรสีน้ำเงิน

โดยมันได้เป็นรถไฟฟ้ารุ่นฟีฟายที่ได้ปลดประจำการไปแล้วแต่มันก็ยังได้มีบุคคลได้พบเห็นรถไฟคันดังกล่าวนั้นวิ่งในตอนดึกและมันยังได้วิ่งหลายรอบเป็นอย่างมากเลยในแต่ละค่ำคืนไม่มีแม้แต่เงาสะท้อนของผู้โดยสารที่อาศัยอยู่ด้านบนเลยถึงแม้ว่า Silverpilen ที่ชาวบ้านเขาจะล้ำลี้กันเรื่องต่างๆนานามากมายถึงไม่ชอบน่าตาของรถไฟผีสิงคันนี้เลย

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เรารู้จักเลยก็คือรถไฟขบวนนี้แหละที่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยชอบมันเพราะด้วยทำสีลูมิเนียมมาทั้งคันที่มันได้เป็นที่มาของชื่อ Silverpilenนั่นแหละชาวบ้านเลยต่างพากันหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากว่ากลัวสีเงินอะไรประมาณนี้ด้วยประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยชอบรถไฟคันนี้มันก็เลยได้ถูกจัดว่าเป็นรถไฟจำลองในชั่วโมงเร่งด่วนแทนแทบจะไม่มีผู้โดยสารเข้าไปนั่งเลยสักครั้ง

เนื่องจากนี้มันก็เลยได้ทำให้เหล่าชาวบ้านทั่วนั้นต่างก็ได้พากันมโนกันไปต่างๆนานาว่ามันจะต้องเป็นรถไฟผีสิงอย่างแน่นอนเลยมันอาจจะถูกคำสาบมาหรือเปล่าก็ไม่รู้รถไฟปีศาจและเมื่อมันไม่มีคนนั่งแถมยังได้พบเห็นมันอยู่บ่อยๆไม่นักชาวบ้านเขาก็ลืมเรื่องราวของรถไฟผีสิงไปถึงแม้ว่ามันจะถูกปลดประจำการมานานกว่า20ปีแล้วก็ตามแต่ตำนานของรถไฟ Silverpilenนี้มันนก้ยังคงอยู่ตลอดไปเพราะฉะนั้นแล้วในอุโมงค์ทุกๆวันนี้มันก็ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้อย่างนั้น

The Phantom Bus of London ในปี1934ในตอนเช้าของวันหนึ่งได้มีคนขับรถเมล์สองชั้นไปที่แคมบิลและก็ไม่ทราบด้วยว่าคนขับรถคันนี้เป็นอะไรจู่เขาก็ได้หกเลี้ยวรถอย่างกระทันหันและได้พุ่งเข้าไปชนที่กำแพงอย่างจังและเพียงไม่นานหลังจากนั้นมันก็ได้เกิดไฟลุกไหม้ที่ห้องเครื่องก่อนที่คนขับรถเมล์คันนี้จะเสียชีวิตอย่างสยอง

ซึ่งมันก็เลยกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของรถผีสิงพอหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถเมล์เป็นต้นมาชั่วแรกๆของเช้าวันไหม้ชาวลอนดอนที่ได้ขึ้นรถเมล์สองชั้นอยู่ที่บริเวณแคมบิลเขากจะเห็นรถเมล์สองชั้นที่กล่าวไปข้างต้นนี้ออกวิ่งไปอย่างหน้าตาเฉยเลยในสภาพที่ไฟไหม้เกรียม

นอกจากนี้สิ่งที่มันน่ากลัวไปกว่านั้นก็น่าจะเป็นไฟที่ลุกไหม้รถคันนี้อยู่และที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นนั่นก็คือรถเมล์สองชั้นคันดังกล่าวนี้มันไม่มีคนขับทั้งๆที่มันวิ่งได้เอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย