2เหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมากที่สุด

Silverpilen ซึ่งใครจะไปเชื่อกันว่าคนในอดีตของคนในเมืองหลวงแห่งความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองในอดีตของงประเทศสวีเดนต่างก็ได้พากันหวาดกลัวรถไฟฟ้าใต้ดินโยรถไฟผีที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวนี้ได้มีชื่อว่า Silverpilen ลูกศรสีน้ำเงิน

โดยมันได้เป็นรถไฟฟ้ารุ่นฟีฟายที่ได้ปลดประจำการไปแล้วแต่มันก็ยังได้มีบุคคลได้พบเห็นรถไฟคันดังกล่าวนั้นวิ่งในตอนดึกและมันยังได้วิ่งหลายรอบเป็นอย่างมากเลยในแต่ละค่ำคืนไม่มีแม้แต่เงาสะท้อนของผู้โดยสารที่อาศัยอยู่ด้านบนเลยถึงแม้ว่า Silverpilen ที่ชาวบ้านเขาจะล้ำลี้กันเรื่องต่างๆนานามากมายถึงไม่ชอบน่าตาของรถไฟผีสิงคันนี้เลย

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เรารู้จักเลยก็คือรถไฟขบวนนี้แหละที่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยชอบมันเพราะด้วยทำสีลูมิเนียมมาทั้งคันที่มันได้เป็นที่มาของชื่อ Silverpilenนั่นแหละชาวบ้านเลยต่างพากันหวาดกลัวกันเป็นอย่างมากว่ากลัวสีเงินอะไรประมาณนี้ด้วยประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยชอบรถไฟคันนี้มันก็เลยได้ถูกจัดว่าเป็นรถไฟจำลองในชั่วโมงเร่งด่วนแทนแทบจะไม่มีผู้โดยสารเข้าไปนั่งเลยสักครั้ง

เนื่องจากนี้มันก็เลยได้ทำให้เหล่าชาวบ้านทั่วนั้นต่างก็ได้พากันมโนกันไปต่างๆนานาว่ามันจะต้องเป็นรถไฟผีสิงอย่างแน่นอนเลยมันอาจจะถูกคำสาบมาหรือเปล่าก็ไม่รู้รถไฟปีศาจและเมื่อมันไม่มีคนนั่งแถมยังได้พบเห็นมันอยู่บ่อยๆไม่นักชาวบ้านเขาก็ลืมเรื่องราวของรถไฟผีสิงไปถึงแม้ว่ามันจะถูกปลดประจำการมานานกว่า20ปีแล้วก็ตามแต่ตำนานของรถไฟ Silverpilenนี้มันนก้ยังคงอยู่ตลอดไปเพราะฉะนั้นแล้วในอุโมงค์ทุกๆวันนี้มันก็ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้อย่างนั้น

The Phantom Bus of London ในปี1934ในตอนเช้าของวันหนึ่งได้มีคนขับรถเมล์สองชั้นไปที่แคมบิลและก็ไม่ทราบด้วยว่าคนขับรถคันนี้เป็นอะไรจู่เขาก็ได้หกเลี้ยวรถอย่างกระทันหันและได้พุ่งเข้าไปชนที่กำแพงอย่างจังและเพียงไม่นานหลังจากนั้นมันก็ได้เกิดไฟลุกไหม้ที่ห้องเครื่องก่อนที่คนขับรถเมล์คันนี้จะเสียชีวิตอย่างสยอง

ซึ่งมันก็เลยกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของรถผีสิงพอหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถเมล์เป็นต้นมาชั่วแรกๆของเช้าวันไหม้ชาวลอนดอนที่ได้ขึ้นรถเมล์สองชั้นอยู่ที่บริเวณแคมบิลเขากจะเห็นรถเมล์สองชั้นที่กล่าวไปข้างต้นนี้ออกวิ่งไปอย่างหน้าตาเฉยเลยในสภาพที่ไฟไหม้เกรียม

นอกจากนี้สิ่งที่มันน่ากลัวไปกว่านั้นก็น่าจะเป็นไฟที่ลุกไหม้รถคันนี้อยู่และที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นนั่นก็คือรถเมล์สองชั้นคันดังกล่าวนี้มันไม่มีคนขับทั้งๆที่มันวิ่งได้เอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

การดูแลสภาพผิวปาก    

           ริมฝีปากที่อวบอิ่มสวยงามถือเป็นหน้าเป็นตาของผู้หญิงเรา  แต่ถ้าใครมีริมฝีปากที่แห้งผากเหมือนกับทะเลทรายที่ขาดน้ำ คงจะช้ำใจน่าดู เพราะนอกจากจะไม่น่ามองแล้ว เวลาทาลิปสติกยังไม่สวยอีกด้วย  ปัญหาปากแห้งเป็นขุย

           เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าริมฝีปากที่แห้ง แตก มีขุยลอกออกมานั้นสาเหตุเกิดมาจากการที่ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น นั้นเพราะว่าผิวหนังของเราส่วนมากจะมีต่อมไขมันเอาไว้คอยผลิตไขมันเพื่อสร้างน้ำมันแต่ที่ริมฝีปากจะไม่มีเจ้าต่อมชนิดนี้ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าอะไรเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ริมฝีปากสวยๆ ของคุณแห้ง

  1. การดื่มน้ำน้อย หากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการจะทำให้ไม่มีน้ำไปหล่อเลี่ยงริมฝีปาก
  2. สภาพอากาศ ก็มีผลทำให้ริมฝีปากแห้ง เช่นในฤดูหนาว อากาศจะเย็นและแห้งทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดีส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง รวมถึงฤดูร้อนริมฝีปากก็ขาดความชุ่มชื้น หรือแม้แต่คนที่อยู่ในห้องแอร์เป็นประจำจะสังเกตเห็นว่าทั้งผิวตัวและริมฝีปากจะแห้ง เพราะขาดความชุ่มชื้น
  3. แสงแดด  รังสีจากแสงแดดเป็นตัวการทำลายความชุ่มชื้นในผิวและริมฝีปาก
  4. การทาลิปสติกนี่ก็เป็นตัวการสำคัญเลยที่จะทำให้ริมฝีปากสวยๆของเราแห้ง ทั้งลิปสติกที่มีการโฆษณาว่าติดทนนาน หรือแม้แต่ลิปปาร์ม ก็มีสารที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้
  5. ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก  ส่วนผสมของยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากบางอย่างอาจมีผลทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งจะมีผลกระทบกับปัญหาริมฝีปากแห้งด้วย
  6. การเลียปาก   วิธีนี้อย่าคิดว่าจะทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้นนะคะเพราะมันจะชุ่มชื้นได้เพียงไม่นาน หลังจากนั้นก็จะทำให้ผิวที่ริมฝีปากแห้งมากขึ้นเพราะเอนไซม์ในน้ำลายจะมาทำลาย ริมฝีปากของเรา 
  7. ภาวะของกาขาดวิตามิน  โดยปกติวิตามินาบางชนิด จะมีความสำคัญกับผิวหนังทำให้มีความชุ่มชื้น ดังนั้นการขาดวิตามินจึงเหมือนขาดผู้ช่วยในการดูแลผิว
  8. อาการร้อนใน  โรคร้อนในก็มีผลทำให้ริมฝีปากแห้งด้วย 

หากต้องการดูแลริมฝีปากไม่ให้มีอาการแห้งขุย ควรดูแลตัวเองดังนี้

  1. ดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เพราะนอกจะน้ำช่วยให้ความชุ่มชื้นที่ริมฝีปากได้แล้ว ยังช่วยทุกส่วนในร่างกายอีกด้วย ถ้าน้ำเมื่อไหร่ขาดใจตายเมื่อนั้นนะจ๊ะ
  2. ควรหลีกเลี่ยงกับการเจอแสงแดดโดยตรง เมื่อต้องออกจากบ้านควรหาอะไรมาบังแสงแดดไม่ให้มากระทบริมฝีปาก
  3. เปลี่ยนวิธีการใช้งานลิปสติก ไม่ควรทาลิปปาร์มบ่อย และหยุดพฤติกรรมที่ชอบเลียริมฝีปากซะ
  4. ลองเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสมุนไพรดูจะช่วยลดสารเคมีบางตัวที่เป็นตัวการทำลายริมฝีปาก
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบีสูง 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย