สุขภาพจากการนอนดึก

 ปัจจุบันทุกคนนอนดึกันมากขึ้นเรื่อยโดนเฉพาะน้องๆนักเรียนนักศึกษา น่าจะมาจากหลายปัจจัย คือ การเล่นเกม การเล่นโซเชี่ยล ทำการบ้าน ทำงานพาสทามหารายได้เสริม ซึ่งทุกคนมีเหตุผลต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือการนอนดึกที่เหมือนกัน

ซึ่งการนอนดึกของคนในปัจจุบันก็นำมาซึ่งสุขภาพร่างกายที่แย่ลง เพราะการทำงานพาสทามของนักเรียนนักศึกษาต้องเรียนละมาทำงานแน่นอนว่าต้องทำช่วงเย็นถึงดึก กว่าจะได้กลับบ้านนอนก็ดึกดื่นมากแล้วฉะนั้นการพักผ่อนของคนทำงานก็จะนอนลงแถมยังเสียแรงเหนื่อยล้ากายแล้วพอนอนดึกก็ยิ่งทำให้เสียสุขภาพด้านระบบประสาทสมองสายตาและอื่นๆ     

อีกนับไม่ถ้วน นอกจากการทำงานก็ยังมีอีกก็คือการเล่นโทรศัพท์ก็มีทั้งแสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ที่ทำลายสายตา ปัญหาสุขภาพไม่ได้มาจากแค่จากการเล่นโทรศัพท์การทำงานผ่านจอคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน การทำการบ้านที่ต้องเพ่งสายตาไปที่การเขียนหรือการอ่านหนังสือก็ทำให้สายตาล้าจากการเพ่งเล็งเป็นเวลานาน 

ถ้าหากต้องทำการบ้านหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆทุกวันติดๆกันก็น่าจะทำให้สายตาเสียได้ เราควรหาตัวช่วยเช่นการตัดแว่นหรือการทานอาหารเสริมหรือรับประทานวิตามินเยอะๆเพื่อให้ไปทดแทนสิ่งที่สายตาเสียและเหนื่อยล้าจากการใช้งานหนัก

เพราะแค่พักผ่อนไม่เพียงพอก็แย่มากพออยู่แต่นี่ยังไม่ใช้สายตาละประสาทให้การจำจดข้อมูลต่างๆมากมายในเวลาที่ควรพักผ่อน ฉะนั้นการกระทำแบบนี่ก็จะส่งผลให้ร่างกายเสียสุขภาพแย่ลงไปเรื่อยๆทั้งการมองเห็น แรกๆอาจจะแค่ล้าสายตาเป็นพักๆ

แต่ในระยะยาวอาจจะส่งผลทำให้หน้าตาโทรม ใต้ตาหมองคล้ำ ปวดหัวจากการพักผ่อนน้อย ตื่นนอนไม่สดชื่น ปวดเมื่อยต่างร่างกาย   

รู้สึกไม่มีแรงในการทำกิจวัตรประจำวัน ทุกคนเห็นผลกระทบจากการนอนดึกที่ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรารึยัง อาการเหล่านั้นอาจจะเกิดขึ้นกับคนแต่ละคนต่างกันขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน หากในระยะยาวอาจจะทำให้เกิดโรคแซกซ้อนให้ช่วงสูงวัยได้เพราะมันเกิดอาการสะสมของอาการไปเรื่อยๆ มันดูเป็นเรื่องเล็กๆแค่น้อยดึกเอง

แต่มันส่งผลต่อร่างกายไม่เล็กเลยทุกคน สายตาที่อาจจะเสีย สายตาสั้นลง สายตาเอียง สายตายาว    เสียเงินไปตัดแว่นอีกไม่ตัดก็แย่อีกเพราะจะยิ่งทำลายสุขภาพสายตาไปเรื่อยๆ นอนดึกและทำงานมากเกิดอาการเครียดสะสมอาจทำให้เกิดโรคไมเกรม ระบบสั่งการของสมองช้าลง

ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติส่งผลกับทุกระบบของร่างกายเลยทุกคนมันน่ากลัวมากนะไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะมองข้ามกันแบบนี้ อยากให้ทุกคนตรรกหนักถึงผลกระทบของสุขภาพที่แย่ลงให้มากๆ หากเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเข้าสู่กระกวนการรักษาเสียเงินเสียทองถ้าดูแลตั้งแต่ตอนนี้ก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นไม่รู้อีกกี่เท่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

มารู้จักกับถ่านที่ใช้กับเครื่องช่วยฟังกันเถอะ

อย่างที่ทุกคนคงทราบกันแล้วว่าเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์ Electronicของขนาดเล็กที่เอาไว้ใส่ในหูเพื่อช่วยให้คนที่ไม่ได้ยินเสียงกลับมาได้ยินเสียงชัดเจนเหมือนเดิม 

การใช้เครื่องช่วยฟังไม่ได้ยุ่งยากอะไร และการเก็บรักษาทำความสะอาดทางบริษัทที่ผลิตเครื่องช่วยฟังก็มีอุปกรณ์ที่จะเอาทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังมารองรับการใช้งานอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้มีปัญหายุ่งยากอะไรในการใช้งาน แต่ เครื่องช่วยฟัง ในปัจจุบันนั้น ใช้เป็นถ่าน ซึ่งถ่านของเครื่องช่วยฟังจะเป็นถ่านเฉพาะเอาไว้ใช้สำหรับเครื่องช่วยฟังเท่านั้น

เราไม่สามารถใช้ถ่านอย่างอื่นมาแทนกันได้เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องช่วยฟัง  ถ่านของเครื่องช่วยฟังจะมีหน้าที่ปล่อยกระแสไฟฟ้ามายังตัวเครื่องช่วยฟังเพื่อให้สามารถใช้งานได้ ฟังเสียงได้ชัดเจน ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมา ตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งานเครื่องช่วยฟังจะต้องปล่อยไฟฟ้าออกมาอย่างสม่ำเสมอ ถ้ากระแสไฟฟ้าส่งออกมาไม่สม่ำเสมอจะมีผลทำให้เครื่องช่วยฟังเสียได้ง่ายและการได้ยินก็จะไม่ชัดเจน

ดังนั้นเราควรเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นถ่านแบบ Zinc Air ซึ่งถ่านแบบนี้จะมีขนาดเล็กๆเป็นถ่านที่ใช้หมดแล้วทิ้งไม่สามารถชาร์จแล้วนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ และปัจจุบันเครื่องช่วยฟังก็นิยมใช้ถ่านชนิดนี้กันทั้งนั้น หากจะถามว่าถ่านแต่ละก้อนมีอายุการใช้งานนานแค่ไหนคงไม่สามารถบอกได้เพราะขึ้นอยู่กับการใช้งานของเครื่องช่วยฟังของแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการใช้งานก็จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 10-20 วันถ่านก็จะหมดต้องเปลี่ยนถ่านใหม่

ปัจจุบันมีการปรับปรุงถ่านของเครื่องช่วยฟังให้มีคุณสมบัติรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นการทำลายทำธรรมชาติ ด้วยการไม่ใส่สารปรอทเข้าไปในถ่าน ซึ่งเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่มีการใส่สารปรอทแล้วทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษการทำลายถ่านค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาถ่านที่เอาไว้สำหรับใช้กับเครื่องช่วยฟังก็เป็นการส่งเสริมให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นและคุณสมบัติการทำงานยังเหมือนเดิมผู้คนส่วนใหญ่จึงหันมาใช้ถ่านแบบใหม่กัน

ลักษณะของถ่านของเครื่องช่วยฟังจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆเล็กๆ และจะมีรูเล็กๆตรงกลางถ่านโดยมีสติกเกอร์สีแปะอยู่หากจะใช้งานก็แค่ดึงสติกเกอร์นั้นออก เพื่อให้ถ่านมีพลังงานเต็มก้อน ควรรอให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยากับท่านสักประมาณ 2 นาทีแล้วค่อยใช้งาน และเมื่อใช้งานถ่านหมดก้อนก็ทิ้งได้เลย เพราะไม่มีผลอะไรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับถ่านจะมีทั้งหมด 4 ขนาดคือ เบอร์ 10 มีขนาดเล็กสุด  ,   เบอร์ 13 มีขนาดกลางแต่หนา   ,  เบอร์ 312 มีขนาดกลางแต่บาง และเบอร์ 675 มีขนาดใหญ่สุด  ส่วนราคาสามารถเช็คได้ตามร้านที่ขายถ่านเครื่องช่วยฟัง

การดูแลเด็กที่เป็นโรคหูหนวก

         อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการหูหนวกนั้นมักจะเกิดมาก่อนที่จะเด็กจะเกิดคือ การมีอาการผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่ โดยมีเหตุผลมาจากหลายสาเหตุ เช่น ขณะที่ตั้งครรภ์แม่อาจจะประสบอุบัติเหตุ

ขณะตั้งครรภ์แม่ทานยาที่มีผลต่อเด็กในครรภ์แล้วไปกระทบอวัยวะภายในหูของลูก หรือแม้แต่ความผิดปกติของการเจริญเติบโตของตัวลูกเองตอนอยู่ในครรภ์ ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้เมื่อคลอดออกมาก็จะมีปัญหาตามมามากมาย เช่น

ปัญหาด้านภาษา

จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เด็กที่หูหนวกมาตั้งแต่เกิดจะมีปัญหาการพุดไม่ได้พ่วงด้วย เพราะเด็กจะไม่ได้ยินในส่งที่เราพูดหรือจะสื่อสารด้วย ทำให้เขาไม่เข้าใจและไม่สามารถที่จะทำตามได้ เมื่อเราสอนที่จะให้เข้าพูดแต่ถ้าเขาไม่ได้ยิน เขาก็จะไม่สามารถพูดตามเราได้จึงเป็นที่มาของเด็กที่หูหนวกมักจะเป็นใบ้ควบคู่กันเสมอ

มีปัญหาด้านการเข้าสังคม

เพราะเด็กที่เป็นใบ้มักรับรู้ได้ถึงความแตกต่าง และหากเขาไปอยู่ในสังคมที่เปิดโอกาสไม่ยอมรับคนหูหนวกจะทำให้พวกเขารู้สึกเครียดและน้อยใจได้ และที่สำคัญเด็กเหล่านี้มักจะถูกเด็กที่ปกติกลั่นแกล้งเสมอ

มีปัญหาด้านอารมณ์

อย่าลืมว่าเด็กที่หูหนวกมักจะสื่อสารกับคนอื่นให้เข้าใจลำบาก ทั้งตัวเขาเองก็ไม่ได้ยินที่เราพูดและตัวเราที่อาจจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อไม่ครบถ้วน ดังนั้นเด็กมักจะมีการปรวนแปรทางด้านอารมณ์มากกว่าเด็กปกติเป็นพิเศษ เช่นมักโกรธและหงุดหงิดง่าย และมักจะชอบให้คนอื่นมาคอยเอาใจตามใจ และหากเด็กไปเจอกับสังคมที่ยังไม่เปิดรับคนหูหนวกได้หรือไปเจอคนที่มีการแสดงท่าทางรังเกียจเด็กที่เป็นโรคหูหนวก อาจจะกลัวการเข้าสังคมเพราะความอาย หรือบางครั้งอาจทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพจิตได้

สำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องการได้ยินหรือเป็นโรคหูหนวกนั้น

ต้องการความรักความเอาใจใส่เป็นพิเศษจากพ่อแม่ ดังนั้นหากเขาสังเกตเห็นพฤติกรรมของพ่อหรือแม่หรือคนในนครอบครัว มีอาการรังเกียจเขาจะทำให้เด็กคิดมากกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นได้

          ดังนั้นเราจึงควรให้ความรัก ความอบอุ่นกับเด็กให้มากที่สุดแสดงให้เขาเห็นว่าเขามีความสำคัญต่อทุกคนในครอบครัวและปัญหาที่เขากำลังเป็นอยู่ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตของเขาเลย เราสามารถแก้ไขปัญหาการได้ยินนี้ได้ด้วยการให้เขาช่วย เครื่องช่วยฟัง เพราะจะช่วยให้เขาสามารถได้ยินเสียงและสามารถตอบโต้กับคนอื่นได้

พยายามพูดคุยกับเขาอย่างสม่ำเสมอด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และพยายามพาเขาออกไปทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นบ่อยๆ เพื่อให้เขาเคยชินกับการเข้าสังคมและอยู่กับสังคมภายนอกได้อย่างมีความสุข