วิธีแก้ปัญหาลูกติดหน้าจอมากเกินไป

วิธีแก้ปัญหาลูกติดหน้าจอมากเกินไป รู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้โลกโซเชียลออนไลน์ถือเป็นหนึ่งใน วิถีชีวิตที่คอนเสิร์ตใหญ่นั้นขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าใครก็มักที่จะเสพติดการเล่นโซเชียลกันทั้งนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ

ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการเล่นโซเชียลออนไลน์แต่ยัง มีกิจกรรมการเล่นเกมที่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เด็กๆนั้น

อยู่ติดหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์อยู่เป็นประจำอีกด้วย ซึ่งรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนหนักใจมากๆเพราะการที่รูปของตนเองมีพฤติกรรมการติดหน้าจอหรือนั่งอยู่หน้าจอตลอดทั้งวัน

จนไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างอื่นเลยอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ และปัญหานี้ถือเป็นปัญหาที่พ่อแม่ในหลายท่านนั้นมักที่จะมองหาวิธีในการแก้ไข และในสมัยนี้มีวิธีการมากมายที่จะช่วยให้ลูกของคุณนั้นออกห่างจากหน้าจอและพักสายตาได้

เพราะการที่รูปของเรามีสุขภาพร่างกายที่ไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตา หากเด็กๆอยู่กับหน้าจอเป็นประจำตลอดทั้งวัน

นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายแล้วยังทำให้เด็กๆได้รับความเสี่ยงต่อการสายตาเสีย หรือมีระบบประสาทที่ทำงานช้ากว่าปกติด้วย เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีในการแก้ไขปัญหาลูกติดหน้าจอมากจนเกินไปซึ่งก็เป็นวิธีง่ายๆ รับรองได้เลยว่าหากทำเป็นประจำนั้นจะทำให้ลูกของเราออกห่างจากหน้าจอได้

  • การเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่เราจะสอนลูกให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีหรือมีพฤติกรรมที่ดีได้นั้นคือการที่เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เราไม่ควรที่จะ ห้ามไม่ให้ลูกเสพติดโซเชียลแต่เราควรที่จะ เป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูก ได้นำพฤติกรรมที่เห็นจากเหล่านั้นนำไปใช้ได้นั่นเอง

  • การชวนลูกออกไปทำกิจกรรม

รู้หรือไม่ว่า การที่เราชวนลูก ๆ ออกไปทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือกิจกรรมโปรด ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ลูกของเรานั้นออกห่างจากการอยู่กับหน้าจอมากจนเกินไป ซึ่งหากผู้ปกครองที่อยากจะให้ลูกของตัวเองนั้นอยู่ห่างจากการเล่นโทรศัพท์มือถือโลกออนไลน์

ก็ควรที่จะพาลูกออกไปทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลงการออกไปเดินเล่นหรือแม้แต่การเล่นกีฬาเองก็ตามเพราะสิ่งนี้จะทำให้เด็กๆไม่ยึดติดกับการเล่นโทรศัพท์มือถือมากจนเกินไปนั่นเอง

  • การเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรด

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ลูกของเรานั้นออกห่างจากการเล่นโทรศัพท์มือถือหรือออกห่างจากหน้าจอได้ง่ายเพราะการที่เรารู้ว่าลูกของเราชื่นชอบอะไรหรือการที่เราเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรดให้ลูก ได้อ่านอยู่เป็นประจำนั่นจะทำให้เขา

ไม่จับโทรศัพท์มือถือมากจนเกินไปและทำให้เขาสามารถเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรดอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

3 อาหารไฟเบอร์สูงทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์

อาหารไฟเบอร์สูง อย่างที่เราทราบกันดีว่า การเลือกรับประทานอาหารมีความสำคัญ และจำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักหรือใครที่อยากสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง

ขอบอกเลยว่าการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพถือเป็น หนึ่ง ในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ในสมัยนี้และนายคนเริ่มที่จะหันมาดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆซึ่งแน่นอนว่ามักที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างของตนเองหรือการลดน้ำหนัก เนื่องจากการมีรูปร่างที่ดีถือเป็น หนึ่ง ในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สาวๆนั้นสามารถใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และแน่นอนว่า การที่เราจะสร้างรูปร่างที่ดีหรือลดน้ำหนักได้นั้น หนึ่ง ในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คืออาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ทว่าอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์สูงนั้นหลายๆคนมักที่จะเลือกทานผิดวิธีจนทำให้ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นไม่มีประโยชน์ แถมยังอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้

ฉะนั้นสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นหันมาดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยการทานอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์วันนี้เราก็จะมาแนะนำ วิธีการทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์สูงทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์ไปดูกันเลย

ผลไม้สด แน่นอนว่าผลไม้มีความสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วยน้ำว้า อะโวคาโด แอปเปิล สตรอเบอรี่ ซึ่งถือเป็น หนึ่ง ในผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ค่อนข้างสูงหากเรารับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายสามารถช่วยสร้างรูปร่างที่ดีและช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผักสด เป็นอีก หนึ่ง อาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ค่อนข้างสูง ยิ่งถ้าสสคนไหนอยากลดน้ำหนัก ให้มีประสิทธิภาพและ    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก     เห็นผลได้เร็วการทานผักสดอย่าง บล็อกโคลี่ แครอท ผักคะน้า มะเขือเทศ ผักโขม เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเราทานในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถช่วยลดน้ำหนักและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายของเราได้นั่นเอง

ธัญพืช หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าธัญพืชนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการลดน้ำหนัก เพราะนอกจากจะให้พลังงานที่ค่อนข้างสูงแล้วยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบ เผาผลาญไขมัน หากใครที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก ขอบอกเลยว่า การทานธัญพืชเป็นประจำ ถือเป็น หนึ่ง ในตัวช่วยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

3 ท่าโยคะช่วยบำรุงหัวใจ

ท่าโยคะช่วยบำรุงหัวใจ หัวใจเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความสำคัญ สำหรับสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งในเวลาที่เราหลับเองก็ตาม

โดยหน้าที่หลักของหัวใจ จะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเพื่อไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆภายในร่างกายของเรา ซึ่งหลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าการดูแลสุขภาพหัวใจของตนเองให้ดีเพื่อให้ การทำงานและการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะหรือเลี้ยงส่วนต่างๆภายในร่างกายมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่หัวใจของเราทำงานผิดปกติ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนเลือดหรือการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบตามมาได้เช่นกัน

ฉะนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายหรือดูแลสุขภาพหัวใจของเราให้ดีและแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้ระบบการทำงานต่างๆภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลหัวใจวันนี้เราก็จะมาแนะนำ ท่าโยคะที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างหัวใจของเราให้แข็งแรงได้ ยิ่งถ้าเราเล่นเป็นประจำ ยังได้สุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย จะมีท่าไหนกันบ้างไปดูกันเลย

1.Cow Face Pose

ท่านี้เป็นท่าที่ทำได้ไม่ยากแถมยังมีประโยชน์ดีๆตรวจสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วยซึ่งเป็นท่าที่เราจะต้องเริ่มต้นนั่งบนพื้น ค่ะทั้งสองข้างเหยียดตรง หลังจากนั้นให้งอเข่าซ้ายหรือเข่าขวาไขว้กัน นั่งตัวตรงหายใจเข้าและยืดหลังอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งท่านี้นอกจากจะเป็นท่าที่ช่วยบริหารปอดของเราให้ทำงานได้ดีแล้วยังเป็นการกระตุ้นการทำงานของหัวใจของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

2.Bridge Pose

เครื่องช่วยฟังราคาถูก   เป็นอีกหนึ่งท่าโยคะที่มีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจที่เราไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด ก็เป็นผ้าที่นอกจากจะช่วยในการขยายปอดของเราให้หายใจได้สะดวกแล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย

ยิ่งถ้าเราทำท่านี้เป็นประจำขอบอกเลยว่าจะสามารถบริหารระบบทางเดินหายใจหรือช่วยให้หัวใจของเรานั้นแข็งแรงได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

3.Seated Forward Bend Pose

สำหรับท่านี้เป็นท่าที่ทำได้สบายๆสำหรับใครที่ไม่ชอบการเล่นโยคะแต่ก็สามารถเล่นท่านี้ได้ ซึ่งเป็นท่าที่เราจะต้องนั่งลงกับพื้นเหยียดขาให้ตรงหลังจากนั้นงอตัวลงยื่นมือให้สุดปลายเท้า ซึ่งเท่านี้หากเราทำค้างไว้แล้วหายใจเข้าออกนอกจากจะช่วยบริหารกระดูกบริเวณหลังของเราให้ดีแล้ว

ยังเป็นการกระตุ้นหัวใจของเราให้เกิดการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับรองได้เลยว่าหากเล่นท่าโยคะท่านี้เป็นประจำนอกจากจะได้สุขภาพหัวใจที่แข็งแรงแล้วยังได้สุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงอีกด้วย

เปิดเคล็ดลับนอนอย่างไรให้เต็มอิ่ม

ทุกอย่างที่เราทราบกันดีว่าการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอในสมัยปัจจุบันนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรานั้นมีสุขภาพร่างกายที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดเคล็ดลับนอน ให้เต็มอิ่ม ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่มักที่จะมีพฤติกรรมการนอนน้อยหรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจนอาจทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้ง่าย

แต่ทว่า การที่เราหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำ รวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพราะหลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า

เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายของเราได้พักผ่อนร่างกายของเราจะทำการซ่อมแซมส่วนต่างๆ

ทำให้เราตื่นมารู้สึกสดชื่นและ ไม่รู้สึกง่วงในระหว่างวันได้นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็มักมีพฤติกรรมการนอนดึกหรือนอนน้อยอยู่เป็นประจำ อยู่ในบางครั้ง อาจทำให้มีอาการนอนหลับหลับตื่นตื่นตอนกลางคืนจนทำให้นอนหลับไม่เต็มอิ่ม และอาจทำให้รู้สึกง่วงในระหว่างวันได้นั่นเอง

ฉะนั้นหากใครที่มีปัญหาดังกล่าววันนี้เราก็จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆที่จะทำให้คุณนั้นสามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพและนอนหลับได้เต็มอิ่ม จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

1.การนอนในห้องมืด ๆ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการที่เรานอนในห้องมืดมืดที่ไม่ค่อยมีแสงสว่างส่องถึงถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้การนอนของเรานั้นมีประสิทธิภาพและหลับได้สนิทตลอดทั้งคืน

เพราะหากเราไม่มีสิ่งที่คอยรบกวนเราในตอนกลางคืนจะทำให้เรานอนหลับได้เต็มอิ่มตื่นเช้ามารู้สึกสดชื่นได้นั่นเอง ฉะนั้น หากห้องนอนของใครที่มีแสงสว่างลอดส่องเค้าทางที่ดีควรที่จะปิดให้มิดชิดหรือนอนในห้องมืดมืดเพื่อให้การนอนหลับนั้นมีประสิทธิภาพ

2.การลดปริมาณคาเฟอีน

ถึงแม้ว่าสารประเภทนี้จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบประสาทและสมองของเราให้    ถ่านเครื่องช่วยฟัง     ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นหนึ่งในสารที่ละลายคนนั้นจะต้องเติมเข้าร่างกายเพื่อไปกระตุ้นร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่รู้หรือไม่ว่า หากใครที่อยากนอนหลับให้เต็มอิ่มหรือนอนหลับไม่อยากมีประสิทธิภาพน้ำควรที่จะลดปริมาณการดื่มกาแฟที่อุดมไปด้วยคาเฟอีนค่อนข้างสูงให้ลดลง เพื่อให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพและนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม

3.หลีกเลี่ยงการอยู่หน้าจอมือถือ

รู้หรือไม่ว่าก่อนที่เราจะนอนนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือเราไม่ควรที่จะเล่นสื่อออนไลน์หรือ ควรอยู่ให้ห่างจากมือถืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้สมองของเรารู้สึกผ่อนคลายและโล่ง

ซึ่งจะไม่ทำให้เรามีความกดดันต่อการนอนและไม่เก็บเรื่องราวต่างๆนั้นมาคิดในระหว่างการนอนหลับได้ ฉะนั้นเพื่อให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพและนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มควรที่จะหลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนการเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

3 อาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพปอดให้แข็งแรง

สุขภาพปอดให้แข็งแรง รู้หรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพปอดของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูดบุหรี่การสูดดมควันบุหรี่รวมไปจนถึงการสูดดมเอาควันหรือมลพิษ มลภาวะต่างๆบนอากาศจนส่งผลกระทบต่อปอด

ซึ่งแน่นอนว่าหากปอดของเราถูกทำร้ายนอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบหายใจของเราแล้วยังอาจทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีอยู่เสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลบำรุงสุขภาพปอดให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะการที่เรามีสุขภาพปอดที่ดีนั้นนอกจากจะทำให้เรามีระบบหายใจที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยังทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีมีปอดที่แข็งแรง และเป็นหนึ่งใน สิ่งที่จะทำให้เรานั้นสามารถใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น ไม่ต้องเป็นกังวลไปหากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลปอด หรือหากใครที่อยากเสริมสร้างสุขภาพปอดให้แข็งแรง

วันนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพปอดให้แข็งแรงได้รับรองได้เลยว่า นอกจากจะช่วยให้ปอดของเราแข็งแรงแล้วยังช่วยปกป้องมลพิษหรือมลภาวะต่างๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  เครื่องช่วยฟังราคาถูก    จะมีอาหารประเภทไหนกันบ้างไปดูกันเลย

1.บีทรูท

เป็นหนึ่งในอาหารที่เรียกได้ว่ามีส่วนช่วยในการเสริมสร้างและบำรุงสุขภาพปอดของเราได้เป็นอย่างดี เพราะในอาหารประเภทนี้จะอุดมไปด้วยสารไนเตรท ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการทำงานของปอด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของปอดได้เป็นอย่างดี

รับรองได้เลยว่าหากเราทานเป็นประจำไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงสุขภาพปอดของเราได้เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกายของเราในส่วนอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2.ฟักทอง

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้แต่ใครจะไปรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นฟักทองก็มีประโยชน์ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพปอดของเราได้

เพราะในฟักทองนั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารดีๆที่มีประโยชน์ต่อปอดของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยต้านการอักเสบ แต่ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3.มะเขือเทศ

คนส่วนใหญ่อาจจะชื่นชอบการทานมะเขือเทศกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วเพราะมะเขือเทศนั้นนอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพอยู่ของเราให้เปล่งปลั่งขาวกระจ่างใสได้แล้ว ยังเรียกได้ว่าช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายของเราได้อีกด้วย

ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในมะเขือเทศนั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงปอดได้เช่นกัน ช่วยลดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ แถมยังมีส่วนช่วยในการปรับปรุงการหายใจและการทำงานของปอดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เคล็ดลับเลือกกินอย่างไรให้คงความสวยของหุ่น

เคล็ดลับเลือกกินอย่างไร เชื่อว่าสาว ๆ ส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ไม่ว่าควรก็ตามก็คงอยากที่จะมีสุขภาพร่างกายที่ดี มีหุ่นที่สวยสุขภพดีกันทั้งนั้น ซึ่งปกติแล้วเราะเห็นได้ว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ ส่วนใหญ่ ก็มักที่จะมองหาวิธีที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตให้แก่ตนเองกันทั้งนั้น และในสมัยปัจจุบันนี้การสร้างสุขภาพร่างกายที่ดี

การสร้างรูปร่างที่สวยนั้นก็สามารถทำได้หลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายเป็นประจำ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ควบคู่ไปด้วย รวมไปถึงการใช้ชีวิตในประจำวันที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันออกไป ทำให้บางคนไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลสุขภาพร่างกายกันสักเท่าไหร่ หรือบางคนอาจมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมจนส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อร่างกาย

ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ คนไหนที่อยากดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีมากขึ้น อยากรักษาหุ่นของตนเองให้สวย แต่ก็ไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป

เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดุแลสุขภาพร่างกาย หรือวิธีการเลือกกินอย่างไรให้เหมาะสม เพื่อคงความสวยของหุ่น ทำให้เรามีหุ่นที่สวย มีรูปร่างที่สวย แถมยังได้สุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

  • ไม่ควรอดอาหารเช้า

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า อาหารเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะเป็นมมื้อแรกของร่างกายที่จะทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น หากใครที่อยากมีรูปร่างที่ดี

มีหุ่นที่สวย ขอบอกเลยว่าการที่เราเลือกรับประทานอาหารมื้อเช้าเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ นอกจาก    เครื่องช่วยฟัง    จะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ดีและเพียงพอแล้ว ยังสามารถช่วยให้เราไม่ทานอาหารจุกจิกในระหว่างวันได้อีกด้วย

  • การจิบน้ำบ่อย ๆ

รู้หรือไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกหิว โดยปกติแล้ในระหว่างวันนั้นคนส่วนใหญ่มักที่จะมองหาอาหารจุกจิก หรืออาหารที่ะช่วยให้ร่างกายของเราเกิดการตื่นตัวได้ ซึ่งสิ่งนี้เองจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นอ้วนได้ง่าย ทางที่ดีหากอยากมีรูปร่างที่ดี มีหุ่นที่คงความสวย เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกหิว เราควรที่จะจิบน้ำ เพื่อระงับความหิวของเราให้ลดน้อยลง

  • การเคลื่อนไหนร่างกาย

หากใครที่ไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลสุขภาพร่างกาย แต่อยากที่รักษาความสวยของหุ่นตัวเองไว้ ขอบอกเลยว่าการเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ หรือการขยับร่างกายในระหว่างการทำงานนั้น เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณนั้นมีรูปร่างที่ดีได้ มีสุขภาพร่างกายที่ดี แถมยังช่วยกะตุ้นการทำงานขอร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ผักดิบที่คนลดน้ำหนักควรทาน

ผักดิบที่คนลดน้ำหนักควรทาน ถึงแม้ว่าพรรค ในสมัยปัจจุบันนี้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรามากขนาดไหนก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับบางคนแล้วการทานผักนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะนอกจากจะมีรสชาติที่ขมยังมีกลิ่นที่เหม็นเขียวจนทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าผักเป็นอาหารที่ทานได้ยาก

ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ค่ะมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมากเพราะไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงผิวพรรณ

หรือทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่เพียงพอแล้วยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเพราะผักบางประเภทนั้นจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ค่อนข้างสูง แถมยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักหรืออยากที่จะลดน้ำหนักและมองหาวิธีวันนี้เราก็จะมาแนะนำผักดิบที่เราควรที่จะรับประทานรับรองได้เลยว่านอกจากจะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารดีๆแล้ว

ยังสามารถช่วยลดน้ำหนัก และให้คนรับได้อย่างชัดเจนอีกด้วย จะมีผักชนิดไหนกันบ้างไปดูกันเลย

  • บล็อกโคลี่

แน่นอนว่าผักชนิดนี้เป็นหนึ่งในผักที่สามารถหาทานได้ง่ายแถมยังเป็นที่รู้จักในหมู่คนมากมายอีกด้วย ซึ่งได้บล็อกโคลี่นั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซีหรือแม้แต่โปรตีนที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ

ซึ่งสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนักขอบอกเลยว่า    ตรวจการได้ยินออนไลน์     การทานบล็อกโคลี่แบบดิบๆเป็นประจำนั่นจะทำให้การลดน้ำหนักนี่ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • หอมแดง

รู้หรือไม่ว่าหอมแดงถือเป็นหนึ่งในผักที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักของเราได้ยิ่งถ้าลองทานแบบดิบๆก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่ายและทำให้การลดน้ำหนักของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพราะในหอมแดงนั้นจะอุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระที่นอกจากจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการเป็นหวัดหรือป้องกันโรคมะเร็งได้แล้วยังสามารถทำให้การลดน้ำหนักของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

  • พริกหวาน

เป็นหนึ่งในผักที่คนลดน้ำหนักนั้นต้องไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดเพราะพี่กวาดสีแดงนั้น นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีแถมยังมีแคลอรี่ที่ต่ำไม่ว่าเราจะนำมาทานแบบดิบๆ

ข้ากับเมนูไหนก็เรียกได้ว่าเข้ากันอย่างอร่อยแถมยังสามารถช่วยลดน้ำหนักให้เห็นผลได้อย่างชัดเจนอีกด้วย รับรองได้เลยว่าหากทานแบบดิบๆเป็นประจำนั้นนอกจากจะได้รูปร่างที่สวยแล้ว ยังมีประโยชน์ดีๆต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วย

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับอาหารของพวกเขา

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง จากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ อ้างถึงการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้นและน้ำตาลให้น้อยลง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินที่เกี่ยวข้องกับปณิธานปีใหม่ในระดับสูง รายงานข้อมูลเชิงลึกด้านอาหารของผู้บริโภคในเดือนมกราคมรวบรวม

โดยศูนย์การวิเคราะห์ความต้องการอาหารและความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย Purdue โดยมีจุดประสงค์เพื่อประเมินอาหาร จากการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ อ้างถึงการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้นและน้ำตาลให้น้อยลง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินที่เกี่ยวข้องกับปณิธานปีใหม่ในระดับสูง รายงานข้อมูลเชิงลึกด้านอาหารของผู้บริโภคในเดือนมกราคมรวบรวม

โดยศูนย์การวิเคราะห์ความต้องการอาหารและความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย Purdue โดยมีจุดประสงค์เพื่อประเมินการใช้จ่ายด้านอาหาร ความพึงพอใจและค่านิยมของผู้บริโภค การสนับสนุนนโยบายด้านการเกษตรและอาหาร และความไว้วางใจในแหล่งข้อมูล

เมื่อพิจารณาการตอบสนองจากผู้บริโภค 1,200 รายทั่วสหรัฐอเมริกา Jayson Lusk หัวหน้าและศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านเศรษฐศาสตร์เกษตรแห่ง Purdue กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้วผู้คนมีความรู้เกี่ยวกับการดำเนินการที่จำเป็นในการปรับปรุงสุขภาพและต้องการปฏิบัติตาม เช่น การเพิ่มผักและผลไม้และ ออกกำลังกายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่จำเป็นต้องละทิ้งรสชาติและความเพลิดเพลินเสมอไป

ตัวอย่างเช่น การกินเนื้อสัตว์น้อยลงหรือดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงนั้นอยู่ในลำดับความสำคัญของคนอเมริกันส่วนใหญ่ในระดับต่ำ” รายงานยังเน้นย้ำว่าการใช้จ่ายด้านอาหารเพิ่มขึ้น “อย่างมีนัยสำคัญ”

โดยเพิ่มขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม อ้างว่าการใช้จ่ายของร้านขายของชำยังคง “คงที่อย่างมีประสิทธิภาพ” ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา

“ดูเหมือนว่าผู้คนได้ลดราคาและพบข้อตกลงที่จะช่วยหยุดการใช้จ่ายด้านอาหารของพวกเขาไม่ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” Lusk อธิบาย “หากอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้

ผู้บริโภคอาจไม่มีที่ว่างมากนักในการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม” แม้ว่าผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งจุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนที่แล้ว แต่ผลการวิจัยพบว่าผู้คนยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ “ลดลงอย่างมาก”

ในปีหน้า นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังอ้างว่า “ความเชื่อมั่นในแนวทางการบริโภคอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) และกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ สำหรับชาวอเมริกันอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ขณะที่คณะกรรมการที่ปรึกษาเตรียมถกแนวทางปี 2568

Sam Polzin นักวิทยาศาสตร์ด้านการสำรวจด้านอาหารและการเกษตรของศูนย์และผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวว่า “แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่อัตราความไม่มั่นคงทางอาหารของประเทศก็แสดงให้เห็นความสม่ำเสมอที่น่าประหลาดใจอีกครั้งจากเดือนมกราคมปีที่แล้ว “ในความเป็นจริง

เราได้เห็นการลดลงอย่างต่อเนื่อง    เครื่องช่วยฟังฟรี   ของครัวเรือนที่บอกว่าพวกเขาได้รับอาหารฟรีจากตู้กับข้าวในเดือนนี้” หันไปซื้ออาหารที่ยั่งยืน การสำรวจอ้างว่า “ดัชนีการซื้อยังคงแสดงความสม่ำเสมอ”

อย่างไรก็ตาม Polzin ตั้งข้อสังเกตว่าด้าน “รสชาติ” และ “เศรษฐกิจ” ของดัชนียังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าตัวบ่งชี้ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อ่อนแออย่างต่อเนื่องจะกีดกันมุมมองด้านความยั่งยืน

Christy Turlington เป็นผู้เปลี่ยนแปลงพื้นฐานรายใหม่ของ Noble Panacea ใน Residence

Christy Turlington เป็นผู้เปลี่ยนแปลง ค่อนข้างไม่เต็มใจนัก คริสตี้ เทอร์ลิงตันย้อนรอยต้นกำเนิดของกิจวัตรการดูแลตนเองของเธอย้อนไปถึงแฟนคนแรกที่เธอมีตอนอายุ 18 ปี “เราเติบโตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย เขาเป็นโยคีตัวใหญ่และนักทำสมาธิ

นั่นเป็นสิ่งที่ดีเพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับเขา” เธอกล่าวพร้อมหัวเราะ “แต่มันทำให้ฉันรู้จักระเบียบวินัยของโยคะ ซึ่งน่าจะเป็นการฝึกอย่างสม่ำเสมอที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมา ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายของคุณ – และเกี่ยวกับผิวของคุณ และเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเอง

” Turlington ปัจจุบันอายุ 54 ปี ยังคงจัดลำดับความสำคัญของนิสัยการดูแลผิวที่ดีและการฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่างานประจำของเธอคือการบริหารองค์กรไม่แสวงผลกำไร Every Mother Counts การเป็นแม่ด้วยตัวเอง และยังคงเป็นที่ต้องการบนแคทวอล์ค— และในแคมเปญ วันนี้ เธอเพิ่มสถานะหลายยัติภังค์ด้วยการเป็นโฉมหน้าใหม่ล่าสุดของ Noble Panacea

แต่อย่าเรียกเธอว่าทูตของแบรนด์ Turlington จะเป็น “Fundamental Changemaker in Residence” ของแบรนด์สกินแคร์ ในขณะที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในคอลเลกชัน The Elemental ใหม่

มันเต็มปากเต็มคำ แต่ชื่อนี้เหมาะสมกับ Turlington ซึ่งเป็น “ตัวเพิ่มประสิทธิภาพตนเอง” ตามคำกล่าวของ Céline Talabaza ซีอีโอของแบรนด์อายุสี่ปีที่เปิดตัวที่ด้านหลังของ Organic Super Molecular Vessels (OSMV)

ซึ่งเป็นวิธีการห่อหุ้มที่ช่วยให้ สำหรับการส่งมอบตามเวลาและการดูดซึมของสารออกฤทธิ์สูง “ฉันมักจะสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ ที่นอกกรอบเล็กน้อย” Turlington กล่าวถึงความอยากรู้อยากเห็นที่ช่วยขยายความคิดและอาชีพของเธอ

ทั้งในรันเวย์และนอกรันเวย์ (เมื่ออายุได้ 40 ปี เธอก้าวออกจากการเป็นนางแบบอย่างโดดเด่นเพื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งเธอได้รับปริญญาโทด้านสาธารณสุขก่อนจะเริ่มต้นเวทีสำคัญที่มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนด้านสุขภาพของมารดาในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ)

คำนี้ใช้กับกิจวัตรความงามของ Turlington เช่นกัน ตราบเท่าที่เธอมองหาขั้นตอนง่ายๆ ในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าที่เธอทำมาตลอดหลายทศวรรษ Turlignton อธิบายตัวเองว่า “ไม่ยุ่งยาก” เมื่อพูดถึงการดูแลผิว โดยให้ความสำคัญกับเนื้อสัมผัสเป็นพิเศษ

ซึ่งนอกเหนือจากฝักแบบใช้ครั้งเดียวที่รีไซเคิลได้ ทำให้ Noble Panacea ขายง่าย เซรั่มวิตามินซีของพวกเขา “ไม่เหนียวเหนอะหนะหรือไม่มีรสนิยมที่ดี”และโลชั่นขัดผิวใหม่ของพวกเขา “ไม่รู้สึกเหมือนเป็น exfoliator” เธอกล่าว Exfoliating Refiner ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสองส่วนที่เปิดตัวครั้งแรกของ The Elemental จะค่อยๆ ปล่อย AHA อันทรงพลังและกรดโพลีไฮดรอกซี (PHA)

ซึ่งเป็นส่วนผสมรายใหญ่ในเกาหลีที่ขับเคลื่อนการลอกผิวด้วยน้ำที่เป็นที่นิยมของโซลและมอบการผลัดผิวที่ล้ำลึกแต่อ่อนโยน ใช้หลังจากคลีนซิ่งบาล์มบำรุงผิวซึ่งประกอบด้วยน้ำมัน 8 ชนิด รวมทั้งน้ำมันโรสฮิปและน้ำมันคามีเลียที่ช่วยปลอบประโลมผิว เป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบในการเตรียมผิวสำหรับขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น Overnight Recharge Cream ของ Noble Panacea

ซึ่ง Turlington เรียกว่า “อิมัลชันและเป็นครีมจริงๆ ” ที่นี่ ซูเปอร์โมเดลดั้งเดิมจะมาอธิบายอย่างละเอียดว่าเธอปรับแง่มุมอื่นๆ ในชีวิตของตนเองให้ดีที่สุดได้อย่างไร ตั้งแต่การหาสมดุลในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเรียนรู้ที่จะสบายตัวในผิวของตัวเอง

 

สนับสนุนเนื้อหาจาก        หูตึงรักษา

แม้จะไม่มีการวินิจฉัยภาวะหัวใจล้มเหลวมาก่อน NSAIDs อาจมีความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มี T2D

การวินิจฉัยภาวะหัวใจล้มเหลว Salpy V. Pamboukian, MD, ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจที่ UW Medicine ในซีแอตเติลกล่าวว่า แม้ว่านี่จะเป็นการศึกษาเดียว

แต่ได้ดำเนินการในกลุ่มผู้ป่วยขนาดใหญ่มากโดยใช้ข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งทำให้การค้นพบนี้น่าสนใจมาก และการปลูกถ่าย ดร. Pamboukian ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้แพทย์โรคหัวใจได้แนะนำให้หลีกเลี่ยง NSAIDs มานานแล้วในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว

เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ไตล้มเหลวหรือภาวะหัวใจล้มเหลวแย่ลง การศึกษานี้ขยายความกังวลเหล่านี้ไปยังผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยภาวะหัวใจล้มเหลวมาก่อน สิ่งนี้สำคัญมาก” เธอกล่าว NSAIDs มักใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดหลัง และโรคข้ออักเสบ

ยาที่พบมากที่สุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ แอสไพริน ไอบูโพรเฟน (มอทรินและแอดวิล) และนาพรอกเซนโซเดียม (อาเลฟ) อะไรคือความเชื่อมโยงระหว่าง NSAIDs และความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว?

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 6.2 ล้านคนมีภาวะหัวใจล้มเหลว

ซึ่งเป็นช่วงที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดได้ดีเท่าที่ควร เมื่อบุคคลมีภาวะหัวใจล้มเหลว เซลล์ในร่างกายจะได้รับเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและหายใจถี่ได้ ตามที่ American Heart Association (AHA) กล่าว งานวิจัยก่อนหน้านี้ที่เผยแพร่ใน BMJ

พบว่าในประชากรทั่วไป การใช้ NSAID ในปัจจุบัน (ภายในสองสัปดาห์ล่าสุด) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยใช้ยา NSAIDS เป็นเวลา อย่างน้อยหกเดือน ยิ่งบุคคลนั้นได้รับยา NSAID ในปริมาณมากเท่าใด ความเสี่ยงก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว NSAIDs

อาจส่งผลเสียมากกว่าในกลุ่มเสี่ยงนี้ ผลการวิจัยเน้นความเสี่ยงของยาแก้ปวดทั่วไป Pamboukian กล่าวว่า NSAIDS พร้อมใช้งานและถูกใช้โดยผู้ป่วยจำนวนมากเพื่อรักษาโรคต่างๆ ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยพูดคุยกับแพทย์ การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น โรคเบาหวาน

เกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ ผู้ป่วยถือว่ายาที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยานั้น ปลอดภัยแต่จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ยาที่ใช้กันทั่วไปก็มีความเสี่ยง แม้ว่าจะใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ

ก็ตาม” เธอกล่าว ผู้ป่วยที่ใช้ยาเรื้อรังจำเป็นต้องเข้าใจว่ายาใหม่ใดๆ ที่    เครื่องช่วยฟัง     พวกเขาใช้อาจมีปฏิกิริยาหรือผลที่ไม่พึงประสงค์ และหากพวกเขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของยา (แม้แต่ยาที่ใช้กันทั่วไป)

ก็ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ของตน Pamboukian กล่าว อายุ การควบคุม A1C และยาอาจทำให้บางคนมีความเสี่ยงสูงมาก

มันอาจจะเร็วเกินไปที่จะให้คำแนะนำทางคลินิกโดยอิงจากผลการวิจัยเหล่านี้เพียงอย่างเดียว

ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่า NSAIDs ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น Holt กล่าวอย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์กลุ่มย่อยให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ ในทางปฏิบัติ อาจดูราวกับว่าผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับ NSAID ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้

และผู้ป่วยที่ใช้ยา RASi (renin angiotensin system inhibitor) และยาขับปัสสาวะดูเหมือนจะมีความไวต่อการเชื่อมโยงที่เสนอมากกว่า ในทางตรงกันข้าม ไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญในผู้ป่วยอายุน้อย และในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมได้ดี” เขากล่าว หากมีการระบุและจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วย NSAID กลุ่มย่อยที่ “มีความเสี่ยงสูง”

อาจได้รับประโยชน์สูงสุดจากการติดตามอย่างใกล้ชิด ลดปริมาณ หรือกลยุทธ์การลดผลกระทบอื่นๆ แม้ว่าข้อมูลปัจจุบันจะไม่สนับสนุนการปฏิบัติดังกล่าวก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม โฮลท์พูดว่า