เรื่องที่เราควรรู้ในระหว่างที่เราตั้งครรภ์

เมื่อเราตั้งครรภ์สิ่งที่เราควรรู้ว่าอะไรควรไม่ควรอะไรทำไม่ควรทำ  เพราะว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวเรามีลูกที่อยู่ในท้องของเราอีกหนึ่งชีวิต  และความเชื่อเกี่ยวกับการตั้งท้องเป็นความเชื่อมีทั้งถูกและผิด ดังนั้นเราควรที่จะฟังหูไว้หู 

เพราะว่าถ้าเราไปทำตามเกิดอันตรายในท้องของเราก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอนดังนั้นในวันนี้เราก็เลยมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ของความเชื่อมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ว่าอันไหนเป็นเรื่องจริงอันไหนเป็นเรื่องไม่จริงนั่นเอง

              อุลตร้าซาวด์สามารถบอกว่าลูกของเราแข็งแรงได้เป็นเรื่องไม่จริง  เพราะว่าอุลตร้าซาวด์ในการซาวท้องของเราเป็นการตรวจดูว่าลูกของเรายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่ามีระบบการหายใจหรือหัวใจที่เต้นแรงมากไปหรือเปล่านั่นเองดังนั้นการที่เรา Sound

เพื่อที่จะตรวจดูว่าลูกของเรามีภาวะปกติหรือภาวะแทรกซ้อน  ดังนั้นเรื่องของอุลตร้าซาวด์เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าลูกของเราจะเป็นเด็กที่ปกติหรือไม่แต่ถ้าเมื่อเราเห็นการพัฒนาของเด็กไปแนวทางที่ไม่เป็นปกติเราจะสามารถวางแผนและจัดระเบียบในการรักษาในระบบขั้นตอนต่อไปนั่นเอง 

และการอุลตร้าซาวด์ไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กจะแข็งแรงหรือไม่แข็งแรงนั่นเองเพราะเป็นการดูเงาจากเด็กผ่านทางกล้อง ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีระบบเกี่ยวกับ 3 มิติเข้ามาเพื่อเป็นการดูว่าเด็กแข็งแรงก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ชัดเจน

              การที่เรากินน้ำมะพร้าวจะทำให้ลูกเราขาวจริงหรือไม่  ไม่จริง การที่เรากินน้ำมะพร้าวเป็นแหล่งที่มีประโยชน์ของคนที่กำลังตั้งท้องเพราะและวิตามินไม่เกี่ยวกับการที่จะทำให้ลูกของเราขาวและเด็กที่คลอดออกมาไม่มีขายซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกัน

  เมื่อลูกของเราขาวเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ของพ่อของแม่นั่นเองไม่เกี่ยวกับการกินน้ำมะพร้าวดังนั้นเรื่องของการกินน้ำมะพร้าวจะทำให้เด็กตัวขาวและไม่มีขายเป็นเรื่องที่ไม่จริงแต่ว่าการที่เรากินน้ำมะพร้าวที่ทำสำเร็จรูปมาแล้ว

อันนั้นเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในขณะตั้งท้องได้อีกด้วย  เพราะว่าน้ำมะพร้าวสำเร็จรูปส่วนมากจะใส่น้ำตาลลงไปเพื่อเป็นความหวานและเมื่อเราทานน้ำมะพร้าวบ่อยๆก็จะเสี่ยงให้เราเป็นโรคเบาหวานในขณะตั้งท้อง

             การแพ้ท้องมากแต่เราไม่กินข้าวเป็นอันตรายแก่ลูกน้อยหรือไม่   ซึ่งเป็นเรื่องจริงการที่เรากินอาหารได้น้อยเพราะว่าเกิดจากอาการแพ้ท้อง และเมื่อเรามีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้เราเสี่ยงต่อการอ้วนหลังคลอดดังนั้นเราควรควบคุมน้ำหนักของเราในแต่ละเดือนไม่ให้เกิน 2 กิโลต่อเดือนนั่นเอง

เพราะว่าการที่เราควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินนี้จะเป็นการที่เราสามารถควบคุมน้ำหนักเราไม่ให้อ้วนหลังคลอดได้  และคุณแม่ส่วนใหญ่จะกินเยอะไม่ควบคุมน้ำหนักเพราะคิดว่าการที่เรากินเข้าไปจะเป็นการบำรุงลูกน้อยของเราในท้องนั่นเองซึ่งเป็นความคิดที่ผิด   

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยลาวออกกี่โมง

โยเกิร์ตที่ช่วยลดน้ำหนัก 

ในการที่เรานั้นจะลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องการที่จะลดเพราะว่าการที่เราอยากที่จะลดน้ำหนักบวกกับว่าเรานั้นไม่เป็นคนที่ไม่ยอมที่จะออกำลังกายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ว่าการที่เรานั้นกินอาหารเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องควรที่จะระวังเพราะว่าการที่เรากินอาหารนั้น

เป็นเรื่องที่เรานั้นไม่ควรที่จะทำเพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารนั้นเราก็ควรที่จะกินอาหารที่ดีและเรานั้นก็ควรที่จะใส่ใจในการดูแลเพราะว่าเรื่องด้วยเรื่องน้ำหนักนั้นเป็นสิ่งที่เรานั้นไม่ควรที่จะปล่อยเอาไว้ และส่วนใครที่กำลังมองหาโยเกิร์ตก็เหมือนว่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นตัวช่วยในเรื่องของการที่เรานั้นจะควบคุมอาหารของเรานั่นเอง

การที่เรากินอาหารนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรานั้นอ้วน  ซึ่งในวันนี้เรานั้นจะมาบอกว่าโยเกิร์ตนั้นเราควรที่จะกินแบบไหนเพราะว่าการที่เราเลือกกินโยเกิร์ตนั้นเป็นส่วนหนึ่งแต่ว่าก็มีบางอย่างที่ทำให้เรานั้นยิ่งกินยิ่งอ้วน  

            โยเกิร์ตลดหุ่น  

ในการที่เราจะเลือกกินนั้นเราจะมาบอกว่าในส่วนที่เราต้องการที่จะลดน้ำหนักแล้วเลือกโยเกิร์ตนั้นเป้นส่วนหนึ่งนั้นเป็นวิธีที่ใช่และก็ไม่ใช่นั่นเอง  ดังนั้นเราจะมาบอกว่าส่วนใหนที่ดีหรือว่าส่วนไหนที่กินแล้วทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นอ้วนมากขึ้นนั่นเอง 

      โยเกิร์ตที่กินแล้วพอง 

เป็นเรื่องที่เรานั้นรู้กันอยู่ว่าโยเกิร์ตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการที่เรานั้นต้องการที่จะลดน้ำหนัก แต่ว่าด้วยการที่เรานั้นจะกินแบบรสชาติที่ธรรมชาตินั้นก็อาจจะกินได้ยากก็เลยมีการเติมผลไม้เข้าไป  ไม่ว่าจะเป็นสตอเบอร์รี่  หรือว่าวุ้นมะพร้าว 

การที่เรานั้นกินง่ายนั้นก็ต้องมีที่มาของน้ำตาลนั่นเองการที่เราจะกินสักแก้วนั้นก็มีส่วนผสมที่เยอะ  และก็ทำให้เรานั้นเกิดอาการอ้วนเพราะว่ามีส่วนผสมที่มากนั่นเอง  ยิ่งบางยี่ห้อนั้นมีส่วนผสมที่มากเพราะว่าการที่เรากินเข้าไปแล้วนั้นก็สามารถที่จะทำให้เรานั้นอ้วนมากขึ้นนั่นเอง  

      โยเกิร์ตที่กินแล้วไม่อ้วน  

การที่เรานั้นเลือกที่จะกินโยเกิร์ตที่มีไขมันี่ต่ำหรือว่าศูนย์เปอร์เซ็นนั้นเป็นเรื่องที่เพราะว่าได้กำจัดที่เป็นไขมันนั้นออกไปแต่ว่าการที่เรากินโยเกิร์ตที่ไม่มีไขมันนั้นเราก็จะไม่แร่ธาตุหรือว่าประโยชน์จากโยเกิร์ตนั้นเอง  

   โยเกิร์ตที่ดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก

การที่เรานั้นกินโยเกิตร์เป็นเรื่องที่เรานั้นควรที่จะรู้อย่างเช่นการที่เรานั้น     กินรสที่เป็นรสชาติธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นคิดว่าเรานั้นจะได้ประโยชน์จากอาหารได้อย่างดีที่สุด                                                                                   

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แนวทางหวยฮานอยวันนี้                                          

วิธีในการกำจัดสิวเสี้ยนที่ประหยัดเงินในกระเป๋า

เป็นเรื่องที่สาวๆหลายคนนั้นเกิดความไม่ค่อยที่จะกล้าเจอหน้าหนุ่มเลยเพราะว่าสิวเสี้ยนนั่นเองเพราะว่าการที่เราเป็นสิวนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยจะมั่นใจกัน  และก็เป็นสิ่งที่ทำให้สาวๆหลายคนนั้นเกิดความไม่อยากที่จะกล้าออกเดท นั่นเอง

เพราะว่านั้นก็อายที่เรามีสิวเสี้ยนที่เต็มหน้านั่นเองการที่เรามีสิวเสี้ยนนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเรื่องที่หน้าอายอย่างมากดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกสูตรเคล็ดลับในการรักษาสิวเสี้ยนที่ไม่อยากและถูกด้วยสบายกระเป๋านั้นมาฝากว่ามีอะไรบ้างไปอ่านกัน  

      สิ่งแรกนั้นเราต้องรู้จักกับการที่เรารักตัวเองก่อน  เพราะว่าการที่เรารู้จักรักตัวเองนั้นเราจะรักษาสุขภาพของเรานั่นเองด้วยการที่เราดูแลรูปร่างของเราไม่ให้รูปร่างของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดูแลแล้วไม่สวยนั่นเองการที่เราดูแลรักษาสุขภาพนั้นรวมไปถึงอาหารการกินด้วยเพราะว่าการที่เรากินอาหารนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง 

ดังนั้นการที่เรารู้จักดูแลตัวเองเลยเป็นสิ่งที่เราต้องทำแลละรวมไปถึงการที่เราใช้กระดาษทิชชู่ในการทำความสะอาดเรื่องความมันบนใบหน้าด้วยเพราะว่าการที่เราเลือกใช่ทิชชู่นั้นเป็นเรื่องที่ดีอยู่แต่ว่าเมื่อเราต้องการที่จะดูแลใบหน้าของเราไม่ให้เป็นสิวนั้นเราก็ควรที่จะใช้กระดาษซับหน้ามันเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดหน้าที่มีใบหน้าที่มันนั่นเอง  

      การที่เราใช้เครื่องสำอางนั้นเราก็ควรที่จะใช้เครื่องสำอางที่ไม่เป็ฯหรือว่าทำร้ายผิวหน้าของเราเข้าไปอีกเพราะว่าจะมีเครื่องสำอางบางยี่ห้อนั้นใช้ส่วยผสมที่เป็นความมันเมื่อเราเป็นสิวเราก็ไม่ควรที่จะใช้ของอะไรที่เป็นความมันแก่ใบหน้าเพราะว่าจะทำให้เราเป็นสิวได้ง่ายมากกว่าเก่านั่นเอง

 
      ไม่ทำตัวให้เป็นสิวเพิ่ม  หมายถึงการที่เรานั้นไม่ทำตัวโดยการที่เราจะแกะ  เกา  หรือว่าบีบ  นั่นเองการที่เรานั้นทำอย่างนี้จะทำให้เรานั้นเกิดเป็นสิวที่อักเสบได้ง่ายมากกว่าเก่าและจะทำให้เกิดอาการอักเสบโดยที่เรานั้นรักษาไม่หายนั่นเอง

  เพราะว่าในการที่เราทำอย่างนี้จะทำให้ใบหน้าของเราเกิดอาการซ้ำหนักกว่าเข้าไปอีก เมื่อเราต้องการที่จะให้ใบหน้าของเรานั้นไม่เกิดสิวเสี้ยนนั้นเราก็ไม่ควรที่จะทำอย่างนี้นะค่ะสาวๆ เพราะว่าจะทำให้ใบหน้าของเรานั้นรู้จักหายและก็เป็นอยู่อย่างนี้นั่นเอง ถ้าเราต้องการที่จะใบหน้าของเรานั้นหายเราก็ควรที่จะไม่ทำสิ่งที่เรานั้นบอกไปข้างต้นเนาะ       

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

Vapey Bull Ring

Vapey Bull Ring หนึ่งในแบบควันที่นิยมเล่นกับบุหรี่ไฟฟ้า

ตอนได้ยินชื่อเทคนิคนี้ครั้งแรกก็งงๆนะ คือจะทำควันให้เป็นรูปกระทิงหรอ ที่จะคล้ายกับรูปหัวมิกกี้เม้าส์รึปล่าวน้า แล้วคำว่า Ring คืออะไร พอได้เห็นคลิปคนที่ทำเทคนิคนี้ให้ดู ก็ถึงได้ทราบว่า Bull Ring นั่นก็คือหัวเจาะจมูกกระทิงที่พบเห็นได้บ่อยๆนั้นเอง

ผมไม่คุ้นเคยกับคำศัพท์นี้เลยแหละ อาจจเป็นเพราะไม่ได้อยู่ในวงการนักเจาะนู้นนี่บนร่างกายก็เป็นได้ แต่เมื่อรู้แล้วกเรียกได้ว่าจินตนาการออกได้ทันทีเลยว่าจะเป็นเทคนิครูปแบบไหนกัน ก็คือการที่เราต้องเล่นกับ Oring อย่างเดิมแน่นอน

เพราะที่บอกไปไงว่า เทคนนิค Oring เป็นพื้นฐานให้กับทุกๆเคนที่จะได้เอาไปใช้ทำเป็นรูปต่างๆเลยก็ว่าได้ แล้ววิธีทำของตัวนี้จริงๆแล้วถือว่าง่ายๆเลยทีเดียว ง่ายกว่าทำแบบ The Ghost เสียอีกนะ

การทำเทคนิคนี้ ก็ตามชื่อเลย Bull Ring ก็คือต้องใช้ Oring มาเล่นนั้นเอง โดยที่เราจะต้องฝึกโอริงให้มีความชำนาญมากๆเสียก่อน หลังจากนั้นก็ง่ายๆเลยกับการสูดเอาเจ้าโอริงนี้เข้าไปทางจมูก ซึ่งต้องเล็งดีๆให้อยู่ตรงกลางด้านบนพอดี

มันจะได้เป็นห่วงที่เอนไปเอนมาพอดิบพอดี แต่ถึงกระนั้นต้องระวังเรื่องการทำเทคนิคนี้ให้ดี เพราะมันเป็นการสูดเข้าทางจมูก ถ้าไม่พอดีอาจจะทำให้เราต้องเสียแรงสูดเยอะ แล้วถ้าเสียแรงบ่อยๆ มันก็จะเหนื่อยเร็วหน่อยนะ การทำก็ง่ายๆแบบที่พูดไปแหละ จะมีสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือทำโอริงให้สวยๆเลย ต่อมาก็ไม่ต้องสูดเพิ่มล่ะ

แต่ต้องรีบเข้าไปข้างหลังโอริง ตามไปให้ทันล่ะ แล้วก็เล็งดีๆให้อยู่ตรงกลางข้างบนแหวนพอดี แล้วก็ค่อยๆสูดเข้าไป อย่าเร็วมาก เดี๋ยวไม่ทันได้เห็นเป็นห่วงเจาะจมูก ซึ่งการทำเทคนิคนี้ เราจะไม่ค่อยได้เห็นหรอกว่าเราทำสำเร็จได้ เราจำเป็นต้องทำหน้ากระจกนะ

หรือตั้งกล้องหน้าอัดวีดีโอไว้ดูก็ได้นะ แล้วก็จะได้เห็นว่าเราทำได้สวยขนาดไหน แล้วจะช่วยเรื่องการเล็งไปตรงกลางบนห่วงได้ด้วย ดังนั้นแล้วลุยโลด

เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้เป็นเทคนิคขั้นแอดวานซ์แล้วก็ไม่ใช่เทคนิคที่เอาไว้โชว์ได้สักเท่าไหร่ เพราะมันมีระยะเวลาที่น้อยมากๆ เหมาะกับการโชว์ผ่านคลิปซะมากกว่า แต่ต้องยอมรับว่าถ้าทำได้สำเร็จแล้วนั้น จะดูเท่อย่างมากเลย เห็นได้ชัดแล้วใช่ไหมว่า หลายๆเทคนิคนั้นก็มาจากเทคนิคพื้นฐานของโอริงเกือบจะทั้งนั้นเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

คำถามต้องรู้โควิด19

เมื่อเราพูดถึงเรื่องสภาวะที่ปอดเนื่องจากไวรัสตัวนี้นั้นเป็นไวรัสทางเดินหายใจ ตัวปอดที่ถูกทำลายจะมาจากระยะการต่อสู้ระหว่างภูมิคุ้มกันของร่างกายกับตัวไวรัสจะแบ่งออกเป็น3ระยะ ระแรกคือระที่ตัวไวรัสพยายามเข้าไปในร่างกายตรงบริเวณทางเดินหายใจ

และมีการไปจับคู่กับเซลล์ของร่างกายตรงทางเดินหายใจที่มันชื่นชอบและมันก็จะพาตัวไวรัสเข้าไปในร่างกายและพาตัวเองลงไปในระบบทางเดินหายใจส่วนบนนั่นก็คือ คอ หรือบางคนอาจจะลงไปถึงปอดและเมื่อลงไปถึงปอดแล้วก็จะมีการแบ่งตัวและเริ่มทำลายเซลล์ปอด

ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้นั้นเราจะเริ่มเห็นได้ว่าเนื้อเยื่อปอดบางส่วนถูกทำลายไประหว่างนั้นร่างกายจะรู้แล้วว่ามีเชื้อไวรัสเข้ามาร่างกายก็จะมีการระดมภูมิคุ้มกันเพื่อมาสู้กับไวรัสและบางครั้งในการสู้กันของเชื้อไวรัสและภูมิคุ้มกันนั้นอาจจะมีการไปทำลายในเซลล์ตัวปอดด้วย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เซลล์ปอดบางส่วนเกิดบาดแผล แต่ร่างกายก็ก็จะมีการซ่อมแซมส่วนนั้นแต่ก็จะเกิดการเป็นแผลเป็น ซึ่งความรู้พวกนี้นั้นได้มาจากการตรวจผู้ป่วยที่เป็น MersและSarsที่เป็นไวรัสตัวเดียวกันกับโคโรนาไวรัสโควิด19นั่นเอง

โคโรนาไวรัสเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม แอลกอฮอร์จะไปจัดการกับตัวเปลือกหุ้มทำให้ตัวหุ้มแตกและฆ่าตัวโปรตีนข้างในทำให้ไวรัสนั้นตายซึ่งระยะเวลาในการจัดการนั้นจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ1นาที

แต่หากเราล้างด้วยสบู่นั้นมันคือการเอาไวรัสออกไปจากมือเราจึงทำให้เป้าหมายในการล้างมือด้วยแอลกอฮอร์เจลนั้นกับการล้างมือด้วยสบู่แตกต่างกัน แอลกอฮอร์เจลนั้นอาจจะฆ่าไวรัสได้ก็จริงแต่อาจจะไม่ได้ฆ่าไวรัสได้100% แต่การล้างมือด้วยสบู่นั้นจึงปลอดภัยกว่าเพราะเป็นการเอาทุกสิ่งที่อยู่บนมือเราออกไปหมดเลย

ไวรัสโครนานั้นหากเป็นแล้วสามารถหายเองได้แต่ต้องดูว่าเป็นอันตรายกับคนรอบข้างหรือเปล่านั่นเอง เพราะระยะเวลาในการฝักตัว เมื่อเราเริ่มต้นในการติดเชื้อจนถึงวันที่เราเริ่มมีอาการเมื่อมีอาการก็จะมีศักยภาพในการแพร่เชื้อได้นั่นเอง ดังนั้นช่วงระยะที่เราติดเชื้อและไม่มีอาการเลยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอกไว้ชัดเจนว่าสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ 

จุดจบของโควิด ถ้าดูจากเคสไข้หวัด MERS SARS เป็นเคสตัวอย่างเพราะเป็นวงที่อยู่ใกล้เคียงกัน  จุดจบของไวรัสนี้คือมีวิธีการควบคุมป้องกันที่เป็นมาตรฐาน มียารักษา มีวัคซีนที่จะเข้ามาช่วยป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วหรือมากเกินไป และหากสามารถหายารักษาโรคได้ก็จะทำให้เราสามารถเดินทางไปสู่จุดหมายที่สำคัญนั่นเอง และภายมรสิ้นปี 2020 นี้น่าจะสามารถจบเรื่องโคโรนาไวรัสได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

สุขภาพจากการนอนดึก

 ปัจจุบันทุกคนนอนดึกันมากขึ้นเรื่อยโดนเฉพาะน้องๆนักเรียนนักศึกษา น่าจะมาจากหลายปัจจัย คือ การเล่นเกม การเล่นโซเชี่ยล ทำการบ้าน ทำงานพาสทามหารายได้เสริม ซึ่งทุกคนมีเหตุผลต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือการนอนดึกที่เหมือนกัน

ซึ่งการนอนดึกของคนในปัจจุบันก็นำมาซึ่งสุขภาพร่างกายที่แย่ลง เพราะการทำงานพาสทามของนักเรียนนักศึกษาต้องเรียนละมาทำงานแน่นอนว่าต้องทำช่วงเย็นถึงดึก กว่าจะได้กลับบ้านนอนก็ดึกดื่นมากแล้วฉะนั้นการพักผ่อนของคนทำงานก็จะนอนลงแถมยังเสียแรงเหนื่อยล้ากายแล้วพอนอนดึกก็ยิ่งทำให้เสียสุขภาพด้านระบบประสาทสมองสายตาและอื่นๆ     

อีกนับไม่ถ้วน นอกจากการทำงานก็ยังมีอีกก็คือการเล่นโทรศัพท์ก็มีทั้งแสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ที่ทำลายสายตา ปัญหาสุขภาพไม่ได้มาจากแค่จากการเล่นโทรศัพท์การทำงานผ่านจอคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน การทำการบ้านที่ต้องเพ่งสายตาไปที่การเขียนหรือการอ่านหนังสือก็ทำให้สายตาล้าจากการเพ่งเล็งเป็นเวลานาน 

ถ้าหากต้องทำการบ้านหรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆทุกวันติดๆกันก็น่าจะทำให้สายตาเสียได้ เราควรหาตัวช่วยเช่นการตัดแว่นหรือการทานอาหารเสริมหรือรับประทานวิตามินเยอะๆเพื่อให้ไปทดแทนสิ่งที่สายตาเสียและเหนื่อยล้าจากการใช้งานหนัก

เพราะแค่พักผ่อนไม่เพียงพอก็แย่มากพออยู่แต่นี่ยังไม่ใช้สายตาละประสาทให้การจำจดข้อมูลต่างๆมากมายในเวลาที่ควรพักผ่อน ฉะนั้นการกระทำแบบนี่ก็จะส่งผลให้ร่างกายเสียสุขภาพแย่ลงไปเรื่อยๆทั้งการมองเห็น แรกๆอาจจะแค่ล้าสายตาเป็นพักๆ

แต่ในระยะยาวอาจจะส่งผลทำให้หน้าตาโทรม ใต้ตาหมองคล้ำ ปวดหัวจากการพักผ่อนน้อย ตื่นนอนไม่สดชื่น ปวดเมื่อยต่างร่างกาย   

รู้สึกไม่มีแรงในการทำกิจวัตรประจำวัน ทุกคนเห็นผลกระทบจากการนอนดึกที่ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรารึยัง อาการเหล่านั้นอาจจะเกิดขึ้นกับคนแต่ละคนต่างกันขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน หากในระยะยาวอาจจะทำให้เกิดโรคแซกซ้อนให้ช่วงสูงวัยได้เพราะมันเกิดอาการสะสมของอาการไปเรื่อยๆ มันดูเป็นเรื่องเล็กๆแค่น้อยดึกเอง

แต่มันส่งผลต่อร่างกายไม่เล็กเลยทุกคน สายตาที่อาจจะเสีย สายตาสั้นลง สายตาเอียง สายตายาว    เสียเงินไปตัดแว่นอีกไม่ตัดก็แย่อีกเพราะจะยิ่งทำลายสุขภาพสายตาไปเรื่อยๆ นอนดึกและทำงานมากเกิดอาการเครียดสะสมอาจทำให้เกิดโรคไมเกรม ระบบสั่งการของสมองช้าลง

ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติส่งผลกับทุกระบบของร่างกายเลยทุกคนมันน่ากลัวมากนะไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะมองข้ามกันแบบนี้ อยากให้ทุกคนตรรกหนักถึงผลกระทบของสุขภาพที่แย่ลงให้มากๆ หากเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเข้าสู่กระกวนการรักษาเสียเงินเสียทองถ้าดูแลตั้งแต่ตอนนี้ก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นไม่รู้อีกกี่เท่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

โอกาสที่ดีในการทำ 3 สิ่ง ช่วงอยู่บ้านในสถานการณ์โควิด

โอกาสที่ดีในการทำ 3 สิ่ง ช่วงอยู่บ้านในสถานการณ์โควิด
1. ลงคอร์สออนไลน์เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มความสามารถ
ในยุคปัจจุบันโอกาสในการพูดคุยกันนั้นง่ายนิดเดียว เพราะเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวก จึงทำให้ถึงแม้โรคระบาดจะเรื้อรังอยู่ แต่ก็คงไม่สามารถขัดขวางการเรียนรู้ศึกษาทางไกลได้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เพิ่มช่องทางโดยเปิดให้สาธารณะสามารถดาวน์โหลดและเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ฟรี เช่น คอร์สเสริมทักษะทางอาชีพของกระทรวงแรงงาน คอร์สออนไลน์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอีกมากมายที่มีให้เลือกเรียนรู้และเดินหน้าพัฒนาตนเองต่อไปได้แม้ในขณะที่คุณต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้าน

2. มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเพื่อนเก่าและครอบครัวที่อยู่ห่างกันได้มากขึ้น หลายๆ คน ก็กลับบ้าน แต่บางคนก็ไม่ได้กลับไป ง่ายมากกับปัญหานี้เพราะคิดถึงก็แค่วิดีโอคอลไป หรือโทรไปหา
นี่มันยุคไหนแล้ว การที่เราจะพูดคุยกับใครสักคน มันทำง่ายมาก ยุคเทคโนโลยีก้าวไกล คือ การขยายคำจำกัดความของ “การเข้าสังคม” ที่ครอบคลุมถึงพื้นที่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น เราสามารถพูดคุย ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และเห็นหน้าเพื่อน ๆ ได้ผ่านทางวิดีโอคอล และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำให้การสังสรรค์ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับพื้นที่ทางกายภาพอีกต่อไป และนอกจากเราจะได้พูดคุยพบหน้ากันแล้ว ยังช่วยให้เรื่องของการทำ Social Distancing ที่ต้องการมากในช่วงนี้อีกด้วย

3. ตามใจตัวเองด้วยอาหารที่ชอบและเครื่องดื่มที่ใช่ แต่อย่าลืมบริโภคอย่างมีสติและรับผิดชอบ
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ยังได้ออกมาเตือนว่าการใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือจัดการความเครียดและความวิตกกังวล ไม่ใช่วิธีการรับมือที่ดีในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 การที่เราอยู่บ้านมากขึ้นอาจจะทำให้เราได้มีโอกาสทำอาหารอร่อยๆ กิน สั่งของที่อยากิน ได้กินกับข้าวฝีมือ พ่อกับแม่ แต่อย่าลืมควบคุมน้ำหนักล่ะ

อย่างไรก็ตาม เราก็ขอให้ทุกคนอยู่บ้านกันอย่างมีสติ รับมือกับปัญหา และพยายามหาสิ่งที่มีความสุขทำ เพราะเราไม่รู้ว่าโรคนี้มันจะหายไปเมื่อไหร่ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพใจ กาย ของตนเองและครอบครัวให้ สู้และผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ทานอาหารบำรุงเส้นผม

เส้นผมเป็นส่วนที่สำคัญอย่างหนึ่งบนร่างกาย โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ไม่ว่าคุณจะผมหรือผมยาว การบำรุงรักษาและดูแลเส้นผมนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากจริงๆ การที่เราดูแลผมให้มีความสวยงามนั้นก็แพ้การที่ต้องต้องดูผิวเช่นกัน

เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นๆบนร่างกายเลย หากต้องการดูแลผมจากภาพนอกคงไม่มีใครไม่รู้วิธีการดูแลกันหรอกใช่หรือไม่ นั้นก็คือ การสระผม โดยใช้ยาสระที่ที่จะเป็นการชำระล้างให้เส้นผมสะอาดมากขึ้น ในตลอดทั้งวันที่เราออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านแล้วต้องพบเจอกับฝุ่น มลพิษทางอากาศที่เล็ก ซึ่งจะสามารถมาจับเกาะที่เส้นของเราได้อย่างง่าย

รวมไปถึงการดูหลังการสระผมด้วยแชมพูแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยต่อการบำรุงผมนั้นคือ ครีมนวดผม ที่จะทำให้ผมมีน้ำหนักและนุ่มลื่นมากขึ้น ในส่วนของใครที่ทำสีผมแล้วผ่านการฟอกสี นั้นแปลว่าเส้นผมของเรานั้นได้รับสารเคมีจากการการฟอก ตัวช่วยอย่างครีมนวดผมคงจะไม่พอเพราะสำหรับใครที่ทำสีผมจะต้องบำรุงด้วย ทรีทเมนต์

เพราะจะอุดมไปด้วยวิตามินหลากกลายชนิดที่จะช่วยทำให้ผมไม่ชี้ฟูหรือเสียไปมากกว่านี้ จากที่ได้เล่ามาทั้งหมดนี้นั้นเป็นการดูแลเส้นจากภายนอกเพียงเท่านั้น เพราะเส้นผมนั้นเกิดมาจากภายในร่างกายเรา และไม่ควรที่จะลืมให้อาหารแก่เส้นผม โดยการรับประทานอาหารที่ประโยชน์ต่อเส้นผมดังนี้

  • ถั่ว และ ธัญพืช เพราะในอาหารจำพวกนี้จะมี ไบโอติน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการบำรุงเล็บ ผิวหนัง และเส้นผมให้แข็งแรงมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากเราขาดไบโอตินทำให้ผมร่วงขาดได้ง่าย ผมเปราะบาง และ แตกปลาย ก่อให้เกิดผมขาวก่อนวัย ถั่วที่มีสารอาหารไบโอตินที่ควรรับประทาน เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วเขียน ถั่วเหลือง ถั่วลิสง เป็นต้น ในส่วนของธัญพืชจำพวกเมล็ดงา เมล็ดฟักทอง เมล็กทานตะวัน เป็นต้น
  • ปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ที่เต็มไปด้วยโอเมก้า3 กรดไขมัน วิตามินB12 ธาตุเหล็ก และโปรตีน ซึ่งในสารอาหารเหล่านี้เป็นกลุ่มที่จะช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง และช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่ขาดร่วง
  • ผักใบเขียว ใครที่ไม่ชอบการรับประทานผัก โดยเฉพาะผักใบสีเขียว ต้องลองทานกันดูแล้วนะ เพราะในผักพวกนี้จะอุดมไปด้วยวิตามินAและC ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อเส้นผม ช่วยในการบำรุงหนังศีรษะให้แข็ง รากผมยึดเกาะได้ดีอีกด้วย
  • ไข่ เป็นสารพัดประโยชน์ที่ทานง่าย และสามารถทานได้กับหลากหลายเมนู ในไข่นั้นมีสารอาหารทั้งโปรตีน วิตมินB12 และ ไบโอติน ที่เป็นแหล่งอาหารในการช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง
  • หอยนางรม หอยแมลงภู่ ในหอยนางรมนั้นมีธาตุสังกะสี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดรังแคและผมขาดหลุดร่วง ในส่วนของหอยแมลงภู่นั้นมีธาตุเหล็กสูง และยังมีคอลลาเจนที่ช่วยบำรุงในเรื่องของผิว เล็บ และเส้นผมอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ป่วยโรคไต ทรมานกว่าที่คิด

ผู้ป่วย “โรคไต” มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เพราะว่าหากป่วยเป็นโรคไตแล้วการรักษาจะเป็นแค่เพื่อพยุงอาการไว้ เพราะเป็นแล้วรักษาไม่หาย ข้อนี้เป็นความจริงที่คนเป็นโรคไตทุกคนต้องเจอ. ซี่งนอกจากความจริงนั้นแล้วยังมีอีกหลายอาการที่สร้างความลำบากและทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

1. คนเป็นโรคไต จะไม่มีเรี่ยวแรงและมักปวดหัวง่าย เพราะเมื่อไตทำงานได้ไม่ปกติ เพราะผู้ป่วยโรคไตจะมีฮอร์โมนที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ซึ่งเม็ดเลือดแดงน้อยลงทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายส่วนต่างๆ น้อยลง ทำให้ร่างกายและสมองอ่อนล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง

2. คนเป็นโรคไต นอนหลับยาก เมื่อไตทำงานได้ไม่เต็มที่จึงขับสารพิษออกทางปัสสาวะได้ไม่หมด เหลือตกค้างตามเส้นเลือด เมื่อสะสมมากเข้าก็จะทำให้นอนไม่หลับ หากเป็นมากอาจถึงขั้นหยุดหายใจนานเป็นนาทีระหว่างหลับได้เลย นอกจากนั้นยังปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน สีและกลิ่นก็ไม่ปกติ เป็นฟอง ต้องชักโครกหลายครั้งจึงหมด

3. คนเป็นโรคไต มีกลิ่นปาก และภายในช่องมีรสชาติคล้ายโลหะ เพราะของเสียที่อุดตันตกค้างในเส้นเลือดจะไปเปลี่ยนรสชาติอาหาร และทำให้ปากมีรสชาติเหมือนกินเหล็กเข้าไป ทำให้ผู้ป่วยโรคไตจะมีกลิ่นปากเมื่อสะสมสารพิษมากขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ตามมาคืออาการเบื่ออาหารนั่นเอง

4. คนเป็นโรคไต มักหายใจถี่ หายใจไม่ออก เมื่อไตทำงานผิดปกติ ขับน้ำได้ไม่ดีส่วนเกินของน้ำนั้นจะเข้าไปที่ปอดหรือในบางคนที่เป็นโรคโลหิตจางสืบเนื่องจากโรคไตจะใช้ออกซิเจนเยอะ จนร่างกายต้องหายใจลำบาก

5. คนเป็นโรคไต มีผิวแห้งและคัน ไตที่ไม่ปกติจะขับของเสียออกจากร่างกายได้ไม่ดี ส่งผลต่อความสมดุลของร่างกายที่อาจจะขาดแร่ธาตุบางอย่าง หรือมีมากเกินไปนั่นเอง เมื่อสูญเสียความสมดุลของแร่ธาตุก็จะทำให้ผิวแห้งและคัน ซึ่งมีผลต่อเนื่องร้ายแรงไปสู่โรคกระดูกได้ด้วย

6. คนเป็นโรคไต มักปวดหลังและปวดขา บางครั้งมีอาการอื่นด้วย เช่น อาเจียน คลื่นไส้ ซึ่งอาจเกิดจากซีสต์ในไต แบบนี้กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย

7. คนเป็นโรคไต มีความดันสูง เพราะไตทำงานเชื่อมโยงกับหลอดเลือด ไตเสียหาย หลอดเลือดก็เสียหาย จึงลำเลียงออกซิเจนได้ไม่ดี ทำให้มีความดันโลหิตสูง

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะกับยารักษา
ในการรักษาเบื้องต้นของโรคกระเพาะ จะพบว่าแพทย์จะรักาตามอาการพร้อมให้ยา โดยยาที่รักษาสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร และยากระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหาร โดยยาลดกรดในกระเพาะอาหารแพทย์จะนิยมให้ใช้หากมีแผลในกระเพาะและให้ทานต่อเนื่องเป็นเวลา 6 – 8 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหาย โดยจะต้องส่งกล้องดูเพื่อวินิจฉัยเท่านั้น ผู้ป่วยที่ไม่พบอาการเหล่านี้ แพทย์จะรักษาด้วยวิธีอื่น โดยจะแนะนำให้ทานยาลดกรดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ ส่วนยาประเภทอื่นๆ อาทิ ยาขับลม ก็แนะนำว่าให้กินเฉพาะตอนที่มีอาการแน่นท้องจากลมที่เกิดขึ้นมากในกระเพาะอาหาร โดยกินในเวลาที่มีอาการได้ตามต้องการ

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระเพาะ
1. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา เพราะนี่คือสาเหตุแรกๆ เลย ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ และคนส่วนใหญ่มักจะไม่มีเวลาทานอาหารหรืองดไปบางมื้อ ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้ดีขึ้นด้วย

2. รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย และควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด

3. หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น ยาชุด ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้ปวดแอสไพริน ยาที่มีสเตียรอยด์ น้ำอัดลม อาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ช็อคโกแลต ชา กาแฟ เป็นต้น

4. งดสูบบุหรี่

5. อาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อไม่ควรมีปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการจุกเสียดแน่นท้อง

6. ถ้าเครียดพยายามลดความเครียด เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทำสมาธิ การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น

7. หมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ระบบในร่างกายเราทำงานอย่างสมดุล

8. รับประทานยาลดกรด ยาน้ำ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ หรือยาเม็ด 1 – 2 เม็ด (เคี้ยวก่อนกลืน) วันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็นหลังอาหาร 1 ชั่วโมง และก่อนนอน กรณีมีอาการปวดท้องก่อนเวลายาสามารถรับประทานเพิ่มได้และควรรับประทานยาติดต่อกันนานอย่างน้อย 4 – 8 สัปดาห์

9. ถ้าปฏิบัติตามนี้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอน

10. รับประทานยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ